
เครียดไปต่อมหมวกไตทำงานหนัก
โดย...กันย์
โดย...กันย์
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดไม่ได้มาจากปัญหาครอบครัวและเรื่องงานเท่านั้น สิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นเพียงเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจราจรที่หนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน ภาวะการกดดันในที่ประชุม รวมถึงงานที่ต้องเร่งรีบทำให้เสร็จทันตามกำหนด การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป และการอดนอน ความเครียดที่มาจากปัจจัยเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็สะสมและกลายเป็นอาการเสพติดชนิดหนึ่งได้เช่นกัน เรียกว่าเสพติดความเครียด
พญ.ภาวิณี มณีไพโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า คนทั่วไปจะเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรกร่างกายมีความทนทานสูงต่อความเครียดที่เข้ามาในแต่ละวัน แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็ล้มป่วย ติดเชื้อเฉียบพลันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์วินิจฉัยอาการของโรคนี้ว่าเป็นภาวะต่อมหมวกไตล้า หรือ “Adrenal Fatigue” ที่เกิดจากอาการผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่งที่มีความเครียดเรื้อรังเป็นตัวกระตุ้น อาการที่ปรากฏชัดเจนของภาวะต่อมหมวกไตล้า คือ อาการขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากงีบหลับช่วงกลางวัน ง่วงแต่นอนไม่หลับ มีอาการวิงเวียน ศีรษะ หน้ามืด เวลาเปลี่ยนท่าทางลุก-นั่ง อยากของหวาน ของเค็ม ในขณะที่บางรายปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปวดประจำเดือนบ่อย เป็นภูมิแพ้กำเริบบ่อยๆ ผิวแห้งและแพ้ง่าย ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก เครียดซึมเศร้า คุมอาหาร ออกกำลังกายหนักเป็นประจำแต่น้ำหนักไม่ลดลง เป็นต้น
ภาวะต่อมหมวกไตล้าจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่ถูกลืม เพราะไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทันท่วงที จากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไป อาจไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยภาวะนี้ เนื่องจากต้องวัดระดับฮอร์โมนต่อมหมวกไต 2 ตัว ที่มีชื่อว่าคอร์ติซอลและดีเอชอีเอจากผลเลือดร่วมด้วย
การป้องกันไม่ให้ภาวะต่อมหมวกไตล้าที่ดีที่สุด คือการนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ควรเข้านอนก่อนห้าทุ่ม รับประทานอาหารเช้าก่อนเวลา 10.00 น. เพราะหลังเวลา 10.00 น. ระดับ Cortisol จะลดลง ทำให้ยิ่งอ่อนเพลีย Cortisol จะทำงานดีขึ้นเมื่อมีน้ำตาลในเลือดเพียงพอ ควรรับประทานมื้อเล็กๆ บ่อยๆ แทนการรับประทานอาหารมื้อหลักๆ เพียง 1-2 มื้อ และออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง เพราะการออกกำลังกายที่หนักเกินไปจะส่งผลให้ต่อมหมวกไตล้ามากยิ่งขึ้น
ลองหาวิธีคลายความเครียด เช่น หางานอดิเรกทำ เดินทางไปเที่ยว และรับประทานอาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยลดอาการต่อมหมวกไตล้าได้ เช่น โสมอินเดีย สารสกัดจากชาเขียว สารสกัดจากถั่วเหลือง วิตามินซี วิตามินบี3 บี5 บี6
ท้ายที่สุดหากพบอาการผิดปกติของภาวะต่อมหมวกไตล้าอย่างน้อย 5 ข้อ แสดงว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงสูง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง







