
INTUCH เป้าโตยั่งยืน บนธุรกิจ 3 ขาเน้นซื้อกิจการ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 4 ดีล คาดภายในปีนี้มีโอกาสที่จะเห็นการควบรวมหรือซื้อกิจการ ซึ่งเป็นดีลขนาดใหญ่
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) โฮลดิ้ง คอมพานี ที่มีกำไรและรายได้หลักมาจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (ADVANC) มานาน แต่ขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจโทรศัพท์มือถือไม่ได้หอมหวานเหมือนในอดีตอีกแล้ว ดังนั้นบริษัท อินทัชฯ จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและชัดเจน เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“ฟิลิป แทน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม INTUCH ซึ่งเพิ่งเข้ามาร่วมทำงานได้ไม่ถึง 1 ปี ให้สัมภาษณ์ว่านโยบายสำคัญที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) คือ กลยุทธ์การลงทุนเพื่อกระจายการทำธุรกิจให้มีความหลากหลาย เพื่อทำให้อินทัชฯ เป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนและมีความยืดหยุ่น ตามแผน 5 ปี (2557-2561) มีเป้าหมายลดสัดส่วนกำไรจาก ADVANC ลงมาจากประมาณ 94.4% เหลือ 75% ส่วนอีกประมาณ 25% เป็นกำไรจากธุรกิจอื่นๆ
กลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมาย 5 ปี มาจากธุรกิจ 3 ขา ขาแรกเป็นหลัก คือ การควบรวมหรือซื้อกิจการและร่วมทุนในธุรกิจใหม่ๆ กับพันธมิตรที่มีความรู้ความชำนาญในธุรกิจนั้น ส่วนขาที่สอง คือ ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) และขาที่สามเป็นธุรกิจใหญ่ที่สุด คือการบริหารพอร์ตธุรกิจเดิมให้เติบโต โดยซีอีโอทั้ง 3 บริษัท ADVANC INTUCH และบริษัท ไทยคม (THCOM) วางแผนทำกลยุทธ์ธุรกิจร่วมกัน
สำหรับขาแรกจากนี้ไปจะเห็น INTUCH ออกหาโอกาสมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งตนเคยมีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มจีอีและธนาคารกรุงศรีอยุธยา เคยทำดีลควบรวม ซื้อกิจการมาหลายดีล ดังนั้นจะสามารถช่วย INTUCH ใช้การควบรวมหรือซื้อกิจการเป็นกลยุทธ์สำคัญ สร้างการเติบโตรวมถึงกระจายพอร์ตธุรกิจให้มีความหลากหลาย
กลุ่มที่สนใจอยู่ในธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดจะเป็นธุรกิจที่ดีสามารถช่วยแก้ปัญหาสังคมมีบริการที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชน รวมถึงการขายมากขึ้นในดิจิทัลคอนเทนต์ และไอที รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องผ่านเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 4 ดีล คาดภายในปีนี้มีโอกาสที่จะเห็นการควบรวมหรือซื้อกิจการ ซึ่งเป็นดีลขนาดใหญ่ บริษัทมีเงินทุนพร้อม มีเงินสดประมาณ 1,700 ล้านบาท และไม่มีหนี้เลย สามารถลงทุนในดีลที่มีมูลค่าสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท โดยไม่กระทบกับฐานะการเงินแต่อย่างใด
“หากได้ดีลใหญ่เข้ามาเพียงหนึ่งดีล ก็มีโอกาสทำกำไรที่ไม่ได้มาจาก ADVANC ถึง 25% ตามแผน 5 ปีได้เลย”
ตัวอย่างของการร่วมทุนในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท ฮุนได โฮม ช็อปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลี จัดตั้งบริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง เพื่อทำธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยอินทัช มีเดีย ร่วมลงทุน 255 ล้านบาท ถือหุ้น 51% และฮุนได โฮมช็อปปิ้ง 49% ทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยมีธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในเมืองไทย กลุ่มฮุนไดถือเป็นอันดับ 3 ในเกาหลีได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ มาวางแผนสินค้า ซึ่งเริ่มขายสินค้าแล้วในปีนี้ รวมถึงมีแผนต่อยอดไปสู่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ การซื้อขายผ่านออนไลน์และมือถือ บริษัทมีโอกาสเรียนรู้การสร้างธุรกิจอี-คอมเมิร์ซผ่านโฮมช็อปปิ้งทั้งด้านโลจิสติกส์ การให้บริการลูกค้า การส่งมอบสินค้า ระบบการชำระค่าสินค้า
บริษัทยึดหลักในการลงทุน 3 เรื่อง คือ 1.ต้องเริ่มจากรู้ถึงความต้องการของลูกค้า 2.สามารถสร้างผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นต้องการ 3.ทีมงานของบริษัทต้องมีศักยภาพพร้อมในการทำงาน ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้ต้องมีความสมดุลกันเพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโต
ส่วนขาที่ 2 ธุรกิจเงินร่วมลงทุน เป็นลักษณะช่วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียดีๆ โทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะใส่เงินร่วมลงทุน ร่วมบริหาร และให้คำแนะนำเพื่อให้ระบบการทำงานเป็นมืออาชีพสร้างมาตรฐานธุรกิจให้สูงขึ้น สามารถเติบโตเป็นเชิงพาณิชย์ได้ บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 200 ล้านบาท/ปี ขณะนี้ยังใช้ไม่ครบ ปัจจุบันบริษัทศึกษาในกลุ่มสตาร์ทอัพและ VC ประมาณ 500 แห่ง
ส่วนขาที่ 3 ADVANC ได้ลงทุนซื้อไลเซนส์ 4จี ในราคาที่สูง ถือเป็นการจ่ายพรีเมียมหรือยอมลงทุนล่วงหน้าให้กับความแน่นอนที่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพื่อต่อยอดสร้างการเติบโตจากฐานลูกค้าที่มีอยู่ รองรับการใช้บริการข้อมูลหรือ Data ของลูกค้าที่เติบโตมากกว่าที่บริษัทประเมิน
“วัฏจักรในอดีต ADVANC สามารถประสบความสำเร็จและมีโอกาสสำเร็จต่อเนื่องจากคลื่นความถี่ใหม่ INTUCH จึงยังคงให้การสนับสนุนต่อไป และภายใน 5 ปีนี้สามารถต่อยอดการให้บริการกับฐานลูกค้าที่มีได้ทันที ส่วนไทยคมธุรกิจบรอดแคสหรือบรอดแบนด์ยังคงมีโอกาสเติบโตเพิ่มอีกมาก”
ฟิลิป กล่าวต่อว่า ในปี 2559 รายได้จะเติบโตประมาณ 3-5% โดยยังไม่รวมโอกาสจากการซื้อกิจการ ส่วนปี 2560 หรืออีก 3-5 ปีข้างหน้ายังต้องรอความชัดเจนของหลายปัจจัยจึงจะสามารถประเมินได้ เช่น แผนของ ADVANC ที่ให้บริการเครือข่าย 3จี ครอบคลุม 99% ของพื้นที่ให้บริการ และ 4จี ให้ครอบคลุมสัดส่วนประมาณ 80% ขึ้นไปภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการใช้งานของลูกค้า ธุรกิจใหม่บรอดแบนด์ ซึ่งในสิ้นปีนี้วางเป้าจำนวนลูกค้าไว้ที่ 4 แสนราย







