
บลจ.-ตลท.โรดโชว์นอก
ฉวยจังหวะดอกเบี้ยทั่วโลกต่ำ แนะนำตัวต่างชาติรู้จัก
ฉวยจังหวะดอกเบี้ยทั่วโลกต่ำ แนะนำตัวต่างชาติรู้จัก
โพสต์ทูเดย์ - สมาคม บลจ.ผนึก ตลท.ขนกองทุนไทยโรดโชว์นอก 15-17 ก.ย.นี้ จังหวะดีดอกเบี้ยทั่วโลกต่ำ ส่งผลโรดโชว์สหรัฐนักลงทุนมั่นใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เปิดเผยว่า วันที่15-17 ก.ย.นี้ สมาคมร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ในต่างประเทศ เพื่อเสนอขายกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทย เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจทั่วโลกมีความผันผวนและอัตราดอกเบี้ยของหลายประเทศอยู่ในระดับต่ำ ถือเป็นการไปแนะนำตัวให้นักลงทุนรู้จักกองทุนรวมไทย
“กองทุนที่จะไปนำเสนอจะเลือกกองทุนที่ผลตอบแทนโดดเด่นและกองทุนที่มีความหลากหลาย รวมทั้งอาจต้องเลือกเซลลิ่ง เอเยนต์หรือตัวแทนจำหน่าย ขนาดกลางที่จะช่วยเรานำเสนอกองทุนให้ต่างชาติรู้จัก เพราะตัวแทนเหล่านี้จะช่วยสร้างการเติบโตให้ตัวเขาและกองทุนของไทยโตไปพร้อมกัน” นางวรวรรณ กล่าว
สำหรับเม็ดเงินต่างชาติที่จะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังประเมินไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เห็นคือสัญญาณการฟื้นตัวจากตัวเลขเศรษฐกิจของไทยเริ่มมีทิศทางดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งน่าจะผลักดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) ในปีนี้เติบโตได้ประมาณ 3%
“การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าเรื่องการลงทุนกับความรู้สึกที่มีต่อการรับร่าง เป็นคนละเรื่องกัน แต่ถ้าผลออกมาไม่รับร่าง อาจมีผลต่อตลาดหุ้นเล็กน้อย เพราะในระยะยาวรัฐบาลมีโรดแมปที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปีหน้า ซึ่งสิ่งที่ต่างชาติและผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักคือเรื่องความมั่นคงของประเทศที่มีอย่างต่อเนื่องมากกว่า” นางวรวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนรวม พบว่าปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องการเงินการลงทุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ กองทุนรวมจึงเติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559 อยู่ที่ 4.41 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 549% จาก 13 ปีก่อนที่เริ่มก่อตั้งโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม ส่วน 6 เดือนแรกของปีนี้มูลค่าสินทรัพย์เติบโต 8.73% โดยมีเม็ดเงินลงทุนใหม่กว่า 3.19 แสนล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.83 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2558 เติบโต 477% จาก 13 ปีก่อนอยู่ที่ 8.37 แสนบัญชี
นอกจากนี้ ตลท.และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ร่วมจัดตลาดนัดกองทุนรวม ตั้งแต่วันที่ 22-24 ก.ค. นี้ที่ ตลท.โดยมีกองทุนนำเสนอในยุคดอกเบี้ยเงินฝากต่ำและแนะนำกองทุนหุ้นเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูง จากข้อมูลเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง กองทุนรวมหุ้นไทยเฉลี่ยให้ผลตอบแทน 11.37% ต่อปี ส่วนกองทุนหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ประเภทหุ้นทุนให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10-11% ต่อปี
ด้าน นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ผลการโรดโชว์นำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 11 แห่ง ไปนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนในสหรัฐเมื่อวันที่ 18-21 ก.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยให้ความสนใจภาพรวมเศรษฐกิจไทยและการเติบโตของ บจ. ไม่ได้มองประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทย เนื่องจากรัฐบาลมีสัญญาประชาคมแล้วว่าจะต้องมีการเลือกตั้ง แต่สิ่งสำคัญคือต่างชาติมองไปที่การเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไรต่อ
การโรดโชว์ครั้งนี้ ตลท.ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ไปให้ข้อมูลนักลงทุนสถาบัน 52 กองทุน ในสหรัฐ ที่นิวยอร์ก บอสตัน และซานฟรานซิสโก เพื่อทำความรู้จักกองทุนในซานฟรานซิสโกให้มากขึ้น เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาไปที่นิวยอร์กและบอสตันเป็นหลัก
“กองทุนที่ซานฟรานซิสโก สนใจฟังข้อมูล เพราะมองว่าหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นดีที่สุดในอาเซียนและภูมิภาค ส่วนที่บอสตันรู้จักหุ้นไทยดีและส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว มองว่านักลงทุนมั่นใจหุ้นไทยมากขึ้น แม้จีดีพีฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป แต่ดูดีขึ้นจากท่องเที่ยวและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน”
สำหรับ 11 บจ.ที่ร่วมโรดโชว์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 1.5 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บริษัทช.การช่าง (CK) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และธนาคารกรุงไทย (KTB)







