posttoday
เตือน92หุ้นพี/อีสูงลิ่ว

เตือน92หุ้นพี/อีสูงลิ่ว

16 สิงหาคม 2553

ตลท.เตือนรายย่อยซื้อหุ้นขนาดกลางเล็ก ราคาขยับ 29% ศึกษาพื้นฐานให้ดี ชี้ 92 บริษัทเทรดพี/อีสูงกว่าเฉลี่ยตลาด

ตลท.เตือนรายย่อยซื้อหุ้นขนาดกลางเล็ก ราคาขยับ 29% ศึกษาพื้นฐานให้ดี ชี้ 92 บริษัทเทรดพี/อีสูงกว่าเฉลี่ยตลาด

 

เตือน92หุ้นพี/อีสูงลิ่ว

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปรับขึ้นได้มาจากฝีมือของนักลงทุนรายย่อยเข้าไปลงทุนในหุ้นขนาดกลางเล็ก ทำให้หุ้นของบริษัทนอกกลุ่ม SET 100 มากถึง 300 บริษัท จากทั้งหมด 375 บริษัท มีราคาปรับขึ้นโดยเฉลี่ยสูงถึง 29%

นอกจากนี้ ยังพบว่า ณ วันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทนอก SET 100 จำนวน 92 บริษัท ซื้อขายในสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) สูงกว่าพี/อีเฉลี่ยของตลาด จากทั้งตลาดมีทั้งหมด 131 บริษัท โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เงินทุน และหลักทรัพย์ (ไฟแนนซ์) เพราะฉะนั้นนักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลให้ดี และศึกษาให้แน่ใจว่าบริษัทนั้นมีศักยภาพที่จะเติบโตจริง

“ตอนนี้ตลาดเริ่มมีโอกาสและเงินลงทุนกลับมาบางส่วน แต่ก็อยากให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนหุ้นปั่นด้วย ทั้งนี้ยังเชื่อว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. ตั้งแต่ไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ที่ออกมาดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนมีความแข็งแกร่งมาก และน่าจะเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับมาลงทุนต่อเนื่อง” นายชนิตร กล่าว

ที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มขนาด กลางและเล็กปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ถ้ามองในแง่ลบอาจเห็นว่าบางหลักทรัพย์ก็มีการปั่นหุ้น แต่ถ้ามองในแง่ดีและคิดว่าเหตุผลส่วนใหญ่ถือว่ารายย่อยมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและพัฒนาขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีข้อมูลและเข้าใจในการลงทุนมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับปัจจัยพื้นฐาน บจ. ที่มีความแข็งแกร่งกำไรเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาสแรก

นายชนิตร กล่าวว่า นักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 71% ของทั้งตลาด ณ วันที่ 6 ส.ค. ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในหมวดธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงอย่างตัวเลขการส่งออก คือ หมวดอิเล็กทรอนิกส์กับยานยนต์ รวมถึงหมวดธุรกิจการเงินอย่างธนาคารและเงินทุนหลักทรัพย์ และหมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการใช้สอยในประเทศ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม การสื่อสาร และหมวดพาณิชย์ด้วย

นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ลูกค้าบุคคลของบริษัทที่ไปลงทุนในต่างประเทศได้หันกลับเข้ามาสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ภายหลังดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นท่ามกลางตลาดหุ้นต่างประเทศหลายแห่งค่อนข้างเงียบ เช่น สหรัฐ สิงคโปร์ และฮ่องกง เพราะรับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในยุโรปและสหรัฐ

“นักลงทุนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศหันกลับมาลงทุนในประเทศมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ขายเงินลงทุนในต่างประเทศ เป็นเพียงการใช้เงินใหม่มาลงทุนมากขึ้น ซึ่งหุ้นขึ้นมารอบนี้เกิดจากนักลงทุนบุคคลซื้อมากจน สร้างความคึกคักในตลาดและสามารถดึงให้ต่างชาติ กลับมาซื้อสุทธิติดต่อกัน 2 สัปดาห์ และหวังว่าจะมีมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยพื้นฐานรองรับและการเมืองเริ่มนิ่ง” นายสุชาย กล่าว

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง นายสุชาย กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายต่อวันน่าจะดีขึ้น คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท และรวมทั้งปีเฉลี่ย 2 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 1.7-1.8 หมื่นล้านบาทต่อวัน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69