posttoday
‘สุรพงษ์ เตรียมชาญชัย’ ลงทุนหุ้น-อสังหาฯได้6-7%

‘สุรพงษ์ เตรียมชาญชัย’ ลงทุนหุ้น-อสังหาฯได้6-7%

22 กรกฎาคม 2559

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

“สุรพงษ์ เตรียมชาญชัย” เป็นทั้งนักลงทุนที่ถือหุ้นหลายตัวและลงทุนทำธุรกิจ ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิปปอน แพ็ค (ประเทศไทย) หรือ NPP

สุรพงษ์ เล่าถึงพอร์ตการลงทุนส่วนตัวว่า คาดหวังอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6-7% ต่อปี ปัจจุบันจะแบ่งลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์สัดส่วนเท่ากันประมาณ 50% ขณะที่ในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ลงทุนเฉพาะหุ้นกับฝากเงินธนาคารพาณิชย์เท่านั้นเพราะชอบลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงสุดและสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำที่สุด แต่ด้วยกฎหมายคุ้มครองเงินฝากที่เปลี่ยนแปลงไปจึงมองเงินฝากที่ออมไว้กับธนาคารพาณิชย์ที่เคยเสี่ยงต่ำสุดเริ่มมีความเสี่ยงสูงขึ้น จึงโยกเงินลงทุนมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แทน

ผมมีนโยบายในการลงทุนคือชอบหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง หากดูที่ยอดขายควรสามารถเติบโตได้ 30-40% ต่อปี ขณะนี้หุ้นที่ลงทุนอยู่ ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก อาทิ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาลด้วย ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) และยังมีหุ้นกลุ่มอาหาร  แต่เวลาจะขายหุ้นโรงพยาบาลต้องใจเย็นเพราะมีสภาพคล่องที่ต่ำ โดยส่วนตัวจะไม่ชอบลงทุนในหุ้นที่หวังผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหุ้นตัวใหญ่อย่างพลังงาน เพราะไม่สามารถเข้าไปมีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่อย่างมีนัยสำคัญในบริษัทแห่งนั้น

ตอนนี้ผมเริ่มสนใจหุ้นกลุ่มเช่าซื้อ แต่ยังไม่ได้เข้าไปลงทุน เพราะถือเป็นอีกกลุ่มที่เติบโตสูงและมีโอกาสที่ขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างก็เริ่มน่าสนใจ เพราะจะได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล แต่ส่วนตัวยังไม่ค่อยมีความเข้าใจในเชิงลึกของธุรกิจ จึงต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นหุ้นที่ไม่ชอบในช่วงนี้ หากมองระยะกลางแนวโน้มหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) มีความเสี่ยงจะขยับสูงขึ้นจากผลกระทบจากภาพรวมของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จากเดิมหุ้นธนาคารพาณิชย์เป็นกลุ่มหุ้นที่ชอบมาก ทั้งธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ขณะที่ราคาหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่บางตัวราคาปรับลดลงต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีสะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารในสัดส่วนต่ำ แต่มุมมองส่วนตัวไม่ได้กังวลถึงขั้นว่าจะเกิดวิกฤตทางการเงิน เพราะหลังเกิดวิกฤตการเศรษฐกิจปี 2540 ระบบธนาคารพาณิชย์มีกระบวนการปล่อยสินเชื่อแข็งแรงมากแห่งหนึ่งในโลกและยังมีการควบคุมที่เข้มงวดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย

สำหรับระยะเวลาในการถือหุ้นขึ้นกับหุ้นแต่ละตัว ยกตัวอย่างเช่น GUNKUL ตั้งแต่ลงทุนมาไม่เคยขายหุ้นออกมาเลย ยกเว้นการขายหุ้นปันผลที่ได้จัดสรรมาในอัตรา 5 ต่อ 1 ก็ได้ผลตอบแทน 20-30%

ด้วยอายุที่มากขึ้นเริ่มกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นเช่น การลงทุนในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์โดยซื้อลงทุนแบบทั้งอาคาร ผมไม่ชอบซื้อคอนโดมิเนียมเป็นยูนิต

“ตอนหนุ่มจะซื้อที่ดินเพื่อรอให้ราคาขึ้น ตอนนี้พออายุมากขึ้นเริ่มลงทุนซื้อของตามความชอบน้อยลง หันมาซื้อของตามผลตอบแทนมากขึ้น เช่น เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ได้ผลตอบแทนประมาณ 9% ต่อปี หลังหักดอกเบี้ย ขณะเดียวกันเมื่อเวลาผ่านไป 7-8 ปี ยังได้กำไรจากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นด้วย หากผ่อนหมดไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 12-13% ต่อปี”

ส่วนตราสารการเงินอื่นๆ ผมไม่ชอบ ผมชอบลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความยืดหยุ่นและมีสภาพคล่องที่สูง เพราะโอกาสการลงทุนมีเข้ามาโดยตลอดหากนำเงินไปลงทุนในหุ้นกู้ หรือพันธบัตรจะเป็นการล็อกเงินไว้ จะเสียโอกาสหากมีโอกาสดีๆ ในการลงทุนเข้ามา

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69