posttoday
'ประชาสังคม' ลุยประชามติ จี้หาทางออก ปชป.-พท.หนุน

'ประชาสังคม' ลุยประชามติ จี้หาทางออก ปชป.-พท.หนุน

21 กรกฎาคม 2559

โค้งสุดท้ายการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หรืออีกแค่ 2 สัปดาห์ ก็จะถึงวันที่ 7 ส.ค.ที่ประชาชนคนไทยจะไปลงประชามติว่ารับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่รับ ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก แต่ที่น่าสนใจล่าสุดคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจและฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้หาจุดร่วม เพื่อเรียกร้องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่โปร่งใสและชอบธรรม ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลครบถ้วน มีพื้นที่ถกแถลงความเห็นอย่างรอบด้าน และรับรู้ถึงทางเลือก หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ 7 ส.ค.

โค้งสุดท้ายการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หรืออีกแค่ 2 สัปดาห์ ก็จะถึงวันที่ 7 ส.ค.ที่ประชาชนคนไทยจะไปลงประชามติว่ารับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่รับ ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก แต่ที่น่าสนใจล่าสุดคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจและฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้หาจุดร่วม เพื่อเรียกร้องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่โปร่งใสและชอบธรรม ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลครบถ้วน มีพื้นที่ถกแถลงความเห็นอย่างรอบด้าน และรับรู้ถึงทางเลือก หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ 7 ส.ค.

ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวที่เกิดจากการรวมตัวของทุกภาคส่วนทั้งเครือข่ายประชาสังคม นักวิชาการจากหลายสถาบัน รวมทั้งพรรคการเมืองรวม 117 รายชื่อ 16 องค์กร นำโดย โคทม อารียา นักวิชาการด้านสันติวิธี อนุสรณ์ ธรรมใจ รองประธานมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และสุนี ไชยรส นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม การแถลงของกลุ่มเครือข่ายกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใยครั้งนี้ได้เปิดรายชื่อกลุ่มองค์กรที่สนับสนุนในแถลงการณ์เรียกร้องดังกล่าวด้วย ซึ่งมีสมาชิกพรรคการเมืองใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนาร่วมลงชื่อด้วย

ขณะที่กลุ่มบุคคลตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างเข้าร่วมลงนามสนับสนุนคำแถลงเป็นจำนวนมาก อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บัญญัติ บรรทัดฐาน องอาจ คล้ามไพบูลย์ พรรคเพื่อไทย 18 คน อาทิ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ โภคิน พลกุล ภูมิธรรม เวชยชัย พงศ์เทพ เทพกาญจนา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จาตุรนต์ ฉายแสง ชูศักดิ์ ศิรินิล และวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคชาติไทยพัฒนา เช่น สมศักดิ์ ปริศนานันทกุลและนิกร จำนง

นอกจากนี้ องค์กรที่ลงนามสนับสนุนคำแถลง อาทิ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ขบวนการผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย ศูนย์ประสานงานเยาวชนสังคมนิยมประชาธิปไตย ส่วนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมลงนามสนับสนุนคำแถลงครั้งนี้ด้วย อาทิ พะเยาว์ อัคฮาด ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน รวมถึงบรรดานักวิชาการ อาทิ ประภาส ปิ่นตบแต่ง นฤมล ทับจุมพล เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช สุณัย ผาสุข เป็นต้น 

สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าวได้เรียกร้อง ดังนี้ 1.ให้ความเคารพในสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเปิดให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ได้ถกแถลงด้วยข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้าน เอื้อให้มีพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย เพื่อการแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์

2.จำเป็นต้องมีการเสนอทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค. 2559 ว่าจะมีกระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรต่อไป 3.กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ควรมีกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาจากฉันทามติผ่านกลไกที่ทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการ และกำหนดหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย เป็นไปตามกรอบเวลาที่มีการประกาศไว้โรดแมปสู่การเลือกตั้ง และตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

 4.หากหลักการตามข้อเรียกร้องที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นจริง ทุกกลุ่มทุกฝ่ายควรยอมรับในผลของการทำประชามติ และ 5.รัฐธรรมนูญที่จะได้มาควรมีหลักการสำคัญ อาทิ การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของประชาชนในด้านต่างๆ ที่ไม่ถดถอยไปจากเดิม การตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจอธิปไตยของกลไกทางการเมืองที่มีความสมดุล กำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น และมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งไม่ให้ขยายผลไปสู่การใช้ความรุนแรง รวมทั้งมีบทบัญญัติที่เอื้อให้สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ยากเกินไป เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงของสังคมตามความจำเป็นและตามกรอบของกฎหมาย

โคทม กล่าวว่า ขณะนี้การลงประชามติที่กำลังจะมีขึ้นจะยังไม่สมบูรณ์ เพราะผู้มีสิทธิไม่ทราบว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะมีกระบวนการอย่างไรให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าหากไม่ผ่าน จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ขึ้นใหม่นั้น เพื่อให้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปที่ คสช.วางไว้ โดยมีเนื้อหาตามหลักการประชาธิปไตยและเคารพสิทธิของประชาชนโดยมีระยะเวลาที่ใช้เพียง 2 ปี และระหว่างนั้นดำเนินการหารือร่วมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของภาคการเมือง เพื่อที่จะตั้ง ส.ส.ร.เหมือนปี 40 ที่จะทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 21 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการฉันทามติของประชาชนต่อไป

ด้าน บัณฑูร กล่าวถึงการเข้าร่วมของพรรคการเมืองว่า ได้สื่อสารเรื่องดังกล่าวกับทุกพรรคการเมือง ซึ่งพรรคไหนเห็นด้วยก็จะตอบรับร่วมลงชื่อในคำแถลง ส่วน อภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือกันในโอกาสที่เจอกันตามเวทีต่างๆ และเห็นด้วยและสนับสนุนในแนวทางนี้

ทั้งหมดนี้ จะทำให้รัฐบาลและ คสช.รวมถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีทีท่าต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้อย่างไร ต้องตามกันไม่กะพริบ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน