
วิชั่นสมาคมการขายตรงไทย ปรับอิมเมจก้าวสู่โลกดิจิทัล
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ธุรกิจขายตรงได้พ้นจุดต่ำสุดมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ก้าวเข้าสู่ปี 2559 วิสัยทัศน์ของสมาคมการขายตรงไทยในช่วง 2 ปีข้างหน้า ให้ความสำคัญกับการมีธรรมาภิบาลและเสริมสร้างมาตรฐานสากลที่รับรองโดยสมาพันธ์การขายตรงโลก ให้ธุรกิจเครือข่ายเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน พร้อมกับขับเคลื่อนให้ธุรกิจขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท เติบโต 5-8%
สุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า นโยบายการก้าวเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมการขายตรงไทยระหว่างปี 2559-2561 ทางสมาคมฯ ชูยุทธศาสตร์ 4C เพื่อเชื่อมโยงกับโลกของธุรกิจ ประกอบด้วย 1.Community เดินหน้าเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงในสังคมไทยให้ทันสมัย 2.Competitive-Ness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิกทั้งผู้ประกอบการและนักธุรกิจขายตรงในยุคดิจิทัล
ขณะที่การดำเนินงานในด้านที่ 3.Connect การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ด้วยการส่งเสริมหรือเผยแพร่ความรู้ 4.Culture สร้างวัฒนธรรมและจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการและนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นจรรยาบรรณ เพื่อสร้างความภูมิใจในการประกอบอาชีพขายตรง
“ความท้าทายของการเข้ามาเป็นนายกสมาคมการขายตรงไทยในครั้งนี้ คือการเสริมสร้างธุรกิจขายตรงสู่สากลให้เป็นเครือข่ายที่ได้รับการยอมรับทุกภาคส่วน เพราะปัญหาของธุรกิจขายตรงไทยยังมีภาพลักษณ์ที่เป็นสีเทา นอกจากนี้ ยังมองถึงการสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงให้มีความทันสมัย เพื่อให้สอดรับโลกทุกวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” สุชาดา กล่าว
ขณะที่นโยบายการดำเนินงานฝ่ายการสื่อสาร สุทัศน์ อนุวุฒินาวิน กรรมการฝ่ายการสื่อสาร กล่าวว่า วางแนวทางการทำงานวางกรอบไว้ด้วยกัน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การเป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจใหม่ ตามด้วย 2.การช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารงานผ่านช่องทางดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง 3.การใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือ ทั้งเฟซบุ๊ก กูเกิล เป็นต้น ช่วยสร้างการเติบโต และ 4.การโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์
ในส่วนของนโยบายด้านการศึกษา กิจธวัช ฤทธีราวี อุปนายกฝ่ายการศึกษา กล่าวว่า ทางสมาคมเสริมสร้างความเข้าใจธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องผ่านโปรแกรมการศึกษา ภายใต้การใช้สื่อออนไลน์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ภาครัฐ 2.สื่อมวลชน 3.สถาบันการศึกษา 4.บริษัทสมาชิก 5.นักธุรกิจขายตรง 6.สาธารณชน นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการทางสมาคมฯ จัดอบรมให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ เสริมสร้างความเข้าใจปรัชญาของธุรกิจขายตรง และการจ่ายผลตอบแทน พร้อมกับสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับนักธุรกิจขายตรง
ด้านนโยบายการดำเนินงานฝ่ายรัฐสัมพันธ์ นลินี ไพบูลย์ อุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์ กล่าวว่า 1.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรง 2.สร้างความน่าเชื่อถือของสมาคมต่อหน่วยงานภาครัฐ 3.สร้างความรู้และความเข้าใจถึงศักยภาพของสมาคม ในการเป็นสมาคมขายตรงไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) และได้รับการรับรองด้วยรางวัล Gold Award ที่การันตีผลงานที่โดดเด่นในการบริหารจัดการและให้ความรู้แก่ประชาชน
สำหรับงานด้านที่ 4.ประสานงานกับองค์กรภาครัฐ เพื่อให้ทางสมาคมรับนโยบายหรือแนวทางมาดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนภาพรวมขององค์กร 5.ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับธุรกิจขายตรง แยกแยะธุรกิจแอบแฝง 6.นำเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงของอุตสาหกรรมขายตรงต่อหน่วยงานภาครัฐและที่เกี่ยวเนื่อง
ตามด้วยนโยบายการดำเนินงานฝ่ายเลขาธิการและต่างประเทศ ภาดา ตั้งปกรณ์ เลขาธิการและฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า งานด้านนี้ทางสมาคมจะร่วมมือกับองค์กรขายตรงในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ในการทำธุรกิจขายตรง อาทิ สมาพันธ์การขายตรงโลก มูลนิธิเพื่อการศึกษาการขายตรง และสมาคมการขายตรงในประเทศต่างๆ วางเป้าหมายการทำงานยกระดับสมาคมการขายตรงไทยสู่สากล ขยายกรอบความร่วมมือ ผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมขายตรงในภูมิภาค
ปัจจุบันสมาคมการขายตรงไทยมีสมาชิก 33 คน ถือว่าเป็นสมาคมฯ ที่รวบรวมสมาชิกระดับแนวหน้า อาทิ แอมเวย์ นูสกิน กิฟฟาริน การร่วมมือกันขับเคลื่อนภายใต้วิชั่นใหม่ในทุกภาคส่วน จะเป็นกำลังที่สำคัญผลักดันให้ธุรกิจขายตรงไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น เพราะในคาบธุรกิจที่เป็นสีเทา เป็นอุปสรรคที่ทำให้ธุรกิจขายตรงไทยเติบโตอย่างช้าๆ







