posttoday
ตลาดน้ำผลไม้แข่งเดือด ชูแหล่งผลิตสร้างความต่าง

ตลาดน้ำผลไม้แข่งเดือด ชูแหล่งผลิตสร้างความต่าง

20 กรกฎาคม 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ตลาดน้ำผลไม้ที่กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยมีอัตราการเติบโต 5% ซึ่งถือเป็นการเติบโตอีกครั้งในรอบ 3 ปี ที่ตลาดอยู่ในสภาพติดลบและทรงตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการหันมาสร้างตลาดให้เติบโต ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์มาลี รวมถึงแบรนด์ดอยคำ ที่น่าจับตามองอย่างมากกับการรีเฟรชแบรนด์ให้มีความทันสมัย

รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานบริหารปฏิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้มาลี เปิดเผยว่า การทำตลาดน้ำผลไม้นับจากนี้ไป จะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ โดยเฉพาะการสร้างเรื่องราว (Story) ให้แบรนด์และสินค้ามีที่มาที่ไป เพื่อเป็นการสร้างความแตกต่าง เพราะที่ผ่านมาน้ำผลไม้เหมือนกันหมด

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “The Caring Message” มาลีที่ได้ดูแลกัน โดยจะระบุแหล่งเพาะปลูกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำผลไม้ 3 รสชาติ อาทิ น้ำส้มต้องเป็นส้มที่ปลูกจาก จ.สุโขทัย ถึงจะมีรสชาติดี หรือกระทั่งน้ำผลไม้สับปะรดนางแล ต้องปลูกจาก จ.เชียงราย พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมปรับน้ำผลไม้ในพอร์ตโฟลิโอบางชนิด เพื่อทำการตลาดในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน

“ที่ผ่านมาการรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับแหล่งผลิตที่เหมาะสมยังมีน้อยมาก แต่การชูแหล่งผลิตจะผลักดันให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นหรือมีโอกาสหันมาซื้อมาลีมากกว่าจะเลือกซื้อจากแบรนด์คู่แข่ง” รุ่งฉัตร กล่าว

สำหรับการเลือกทำตลาดเชิงรุกที่เริ่มจากกลุ่มน้ำส้ม เนื่องจากเป็นตลาดน้ำผลไม้ที่มีสัดส่วนมากที่สุดในตลาดรวม หรือมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมาลีมีส่วนแบ่ง 49% รองจากน้ำผลไม้
ทิปโก้มีส่วนแบ่ง 50% และจากแผนการชูเรื่องแหล่งผลิตคาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 51% ในปีนี้ หรือขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทนทิปโก้ได้

ด้านน้ำผลไม้ดอยคำเป็นแบรนด์ที่ทำตลาดน้ำผลไม้ในเชิงรุก จนกระทั่งสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 15% เป็น 18% ด้วยการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ พร้อมกับเดินหน้าแตกไลน์สินค้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้สมูทตี้ ผสมเนื้อผลไม้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ดอยคำยังโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงการเป็นน้ำผลไม้ใช้วิธีการเก็บเกี่ยวในช่วงที่ผลไม้สามารถนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ได้เหมาะสมที่สุด ยิ่งทำให้แบรนด์มีความแข็งแก่งมากขึ้นภายใต้แนวคิด น้ำผลไม้คนไทยเพื่อคนไทยจากโครงการหลวง ขณะเดียวกันยังเปิดตัวน้ำสมุนไพรพร้อมดื่มในบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ท อาทิ เครื่องดื่มสมุนไพรเจียวกู่หลานผสมดอกคำฝอย

ขณะที่ เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ทิปโก้ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะรีลอนช์สินค้าภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ โดยทำให้แบรนด์มีมูลค่าเพิ่มและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน จากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวทิปโก้ ซีซั่นเบส ม็อกเทล ผลไม้ที่จำหน่ายในเฉพาะช่วงหน้าร้อนไปแล้ว

“ในฐานะเป็นผู้นำตลาด ทิปโก้ต้องสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างให้เด็กไทยดื่มน้ำผลไม้หรือกระทั่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน โดยเป้าหมายของบริษัทต้องการผลักดันให้คนไทยดื่มน้ำผลไม้เพิ่มจาก 4 ลิตร/คน/ปี เป็น 8 ลิตร/คน/ปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้” เอกพล กล่าว

ปัจจุบันสภาพตลาดน้ำผลไม้รวมมูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งปีคาดว่าเติบโต 5% จากปกติเติบโต 0-2% โดยปีนี้น้ำผลไม้ 100% มูลค่า 5,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 6% และน้ำผลไม้เซ็กเมนต์อีโคโนมีก็มีอัตราเติบโตเช่นเดียวกัน โดยตลาดยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก เมื่อเทียบอัตราการดื่มของแคนาดาและออสเตรเลียกว่า 10 ลิตร/คน/ปี

จะเห็นได้ว่า ตลาดน้ำผลไม้กลายเป็นตลาดที่กลับมาแข่งขันอย่างรุนแรงอีกครั้ง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น เห็นได้จากการเติบโตของตลาดน้ำมะเขือเทศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะต้องการดูแลผิวพรรณ แต่ล่าสุดการดื่มน้ำมะพร้าวกำลังได้รับความนิยม ส่งให้โคโค่แม็กเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่แจ้งเกิด ซึ่งน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ถือว่าเข้ามาปลุกคนไทยให้ดื่มน้ำผลไม้ในปริมาณเพิ่มขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ