posttoday
‘AIRA’ปลื้มแผน5ปีมาเกินครึ่ง A&Aดีเกินคาด

‘AIRA’ปลื้มแผน5ปีมาเกินครึ่ง A&Aดีเกินคาด

19 กรกฎาคม 2559

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬ

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬ

บริษัท ไอร่าแคปปิตอล (AIRA)  มีลักษณะเป็นบริษัทโฮลดิ้งเข้าลงทุนถือหุ้นในธุรกิจอื่น และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อปี  2557 มาถึงขณะนี้การทำธุรกิจของ AIRA เข้าเป้าหมายและแผนที่วางไว้นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ AIRA เปิดเผยว่า การดำเนินงานในทุกธุรกิจที่บริษัทคาดหวังว่าจะดำเนินการเกิดขึ้นได้ตามแผน และหากดูจากแผน 5 ปี (2557-2561) ถือว่าทุกอย่างเดินหน้ามาได้กว่า 50% และหากดูในแง่ของตัวเลขทางการเงิน นับจากเริ่มต้นที่ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาในปัจจุบันที่ 5,948 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่เข้าไปถือหุ้นก็ถือว่าคืบหน้าได้ตามเป้าหมายและกำลังจะโดดเด่นสุด คือ บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล (A&A) ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการทางด้านสินเชื่อบุคคล ภายใต้ชื่อบัตรกดเงินสด A Money ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2558  การเติบโตของสินเชื่อนั้นเป็นไปได้อย่างดีมาก และขณะนี้มีลูกค้าที่มาขอสินเชื่อแล้วกว่า 4 หมื่นราย โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอม ช่วงหลังวันหยุดยาว การเข้ามาใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้โจทย์ที่บริษัทคาดหวังไว้ตอนแรกและรุกเข้าธุรกิจสินเชื่อบุคคลจะยังสามารถเติบโตได้อย่างดีในประเทศไทย ถึงสิ้นปีบริษัทก็คาดหวังว่าจะมีบัญชีลูกค้าเพิ่มขึ้นระดับ 1 แสนรายได้ ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก็ต่ำมาก เรามีระบบในการบริหารจัดการจึงไม่น่ากังวล  และลูกค้าที่กู้ก็รายละประมาณ 2-2.5 หมื่นบาท ดังนั้นรอบในการชำระคืนไม่นานมาก

“ตอนนี้เรามีความพร้อมมากทั้งในแง่ของทีมงานและทุน  ล่าสุดคณะกรรมการของบริษัทได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนในส่วนของ A&A เป็นจำนวน 2,500 ล้านบาท จากเดิม 1,000 ล้านบาท ทำให้รอบการหมุนของเงินที่จะนำปล่อยสินเชื่อมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก และการเพิ่มขึ้นในส่วนของไอฟุล ผู้ถือหุ้นร่วมจากญี่ปุ่นก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ เพราะในญี่ปุ่นเองดอกเบี้ยติดลบ ดังนั้นการเพิ่มทุนใน A&A ถือเป็นการนำเงินออกมาลงทุน”

นลินี กล่าวว่า A&A อนาคตจะมีบทบาทสำคัญต่อ AIRA อย่างมาก เพราะตามแผนในปี 2560 จะนำเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามเกณฑ์มาร์เก็ตแคป หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เพื่อนำเงินทุนมาขยายกิจการต่อไป

สำหรับธุรกิจไอร่าแฟกตอริ่งก็เป็นธุรกิจที่มีอนาคตมาก ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2559 ทำกำไรได้แล้วกว่า 20 ล้านบาท จากในแต่ละปีจะทำกำไรให้ประมาณ 70-80 ล้านบาท โดยล่าสุดได้ปล่อยกู้ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) และการที่บริษัทมุ่งปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเป็นสินเชื่ออุตสาหกรรม  เมื่อเราเริ่มปล่อยให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด mai  1 แห่ง ในอนาคตมีบริษัทใน mai ประมาณ 10-20 รายมาใช้สินเชื่อของบริษัท ก็จะมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นได้อีกมาก ขณะเดียวกันยังจะส่งผลต่อธุรกิจ
สินเชื่อบุคคลด้วย

“หากเราปล่อยสินเชื่อเพื่อธุรกิจและมีพนักงานในโรงงานมาใช้สินเชื่อบุคคล โดยจะหารือและทำความร่วมมือกันก็จะหนุนส่งแก่กันด้วย  เชื่อว่าการดำเนินการอย่างนี้จะช่วยเหลือพนักงานในการลดภาระหนี้นอกระบบลงได้ด้วย  ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในเดือนหน้า และล่าสุดได้ขยายสู่การทำธุรกิจคลีนนิ่งในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่จะรุกเข้าไปในธุรกิจพลังงาน และในส่วนของธุรกิจบริหารสินทรัพย์และเวลธ์แมนเนจเมนต์จะเป็น 2 ธุรกิจสุดท้าย ในกลุ่มเพื่อบริหารเงินที่งอกเงยจากธุรกิจทั้งหมดที่ถือหุ้น” นลินี กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ