
เข้มแก้ทุจริต
สัญญาณการจ่ายเงินใต้โต๊ะเดือน มิ.ย.ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ปีก่อน นับเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเหตุผลในการเข้ามาของรัฐบาลชุดนี้ นอกจากไม่ต้องการให้คน ในชาติต้องปะทะกันแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งมาจากการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีมากขึ้น ซึ่งช่วงแรกการเข้ามาของรัฐบาล ได้รับคำชมถึงความซื่อสัตย์สุจริตอย่างมาก มีการรณรงค์ต้านโกง เพื่อป้องปรามอย่างจริงจังแข็งขัน
สัญญาณการจ่ายเงินใต้โต๊ะเดือน มิ.ย.ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ปีก่อน นับเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเหตุผลในการเข้ามาของรัฐบาลชุดนี้ นอกจากไม่ต้องการให้คน ในชาติต้องปะทะกันแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งมาจากการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีมากขึ้น ซึ่งช่วงแรกการเข้ามาของรัฐบาล ได้รับคำชมถึงความซื่อสัตย์สุจริตอย่างมาก มีการรณรงค์ต้านโกง เพื่อป้องปรามอย่างจริงจังแข็งขัน
อย่างไรก็ตาม ผ่านไปแค่กว่า 2 ปี หรือตั้งแต่เดือน พ.ค. 2557 ผลสำรวจการทุจริตคอร์รัปชั่นเริ่มขยับขึ้น จะด้วยเหตุผลจากการรณรงค์ต่อต้านทุจริตที่น้อยลง หรือเสือโหยที่อดอยากปากแห้งมานานเริ่มทนไม่ไหว จึงทำให้ผลสำรวจภาคเอกชนในฐานะผู้จ่ายเงินใต้โต๊ะต้องออกมาร้อง ซึ่งตามผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยเดือน มิ.ย. 2559 จาก 2,400 กลุ่มตัวอย่าง พบว่าดัชนีคอร์รัปชั่นไทยอยู่ที่ระดับ 53 จาก 100 คะแนน ลดจากระดับ 55 ที่สำรวจในเดือน ธ.ค. 2558 สะท้อนว่าปัญหาคอร์รัปชั่นยังมีอยู่ และเริ่มมากขึ้น
ขณะที่ในแง่ความเสียหายการทุจริตคอร์รัปชั่นประเมินจากงบประมาณประเภทจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการ พบว่า เงินเพิ่มพิเศษของรายรับที่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐจะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการ นักการเมือง ที่ทุจริตเพื่อให้ได้สัญญา เฉลี่ยอยู่ที่ 1-15% ของงบประมาณ หรือเป็นเงิน 6 หมื่น-1.8 แสนล้านบาท ทำให้กระทบต่องบประมาณ
รายจ่าย 2-6.57% กระทบต่อจีดีพีประเทศ 0.42-1.27% โดยการลดเรียกเงินสินบนทุก 1% จะทำให้การคอร์รัปชั่นลดลง 1 หมื่นล้านบาท
จากผลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การฉ้อราษฎร์ที่มีแนวโน้มขยับขึ้นดังกล่าว สวนทางกับหัวหน้ารัฐบาลที่ออกมาประกาศหลายครั้งที่จะเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยยืนยันว่าไม่เคยรับเงินแม้แต่บาทเดียว พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า เมื่อหัวไม่กระดิก หางย่อมไม่ส่าย หากมีหางไหนส่ายให้ส่งหลักฐานมาจะจัดการอย่างเด็ดขาด ซึ่งจากผลสำรวจภาคเอกชนในฐานะผู้จ่ายเงินใต้โต๊ะครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า บรรดาหางยังคงส่ายกินตามน้ำ และที่สำคัญในอัตราที่เริ่มเพิ่มขึ้น
การแก้ปัญหาทุจริตของรัฐบาล ด้วยการนำระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding (อี-บิดดิ้ง) และวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-market (อี-มาร์เก็ต) มาใช้ ยังมีรูรั่วให้เกิดการทุจริตได้ มีการจ่ายสินบนในทางปฏิบัตินอกกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการแก้ปัญหาโดยการเพิ่มรายได้ ค่าครองชีพต่างๆ ให้กับข้าราชการ ซึ่งช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการปรับรายได้หลายครั้ง จนภาพรวมเท่ากับหรือดีกว่างานเอกชนหลายบริษัท แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นหน่วยงานรัฐดีขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลต้องหันมาเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ยังเข้มข้นเหมือนกับปีแรกที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง รวมทั้งอยากให้ดำเนินกาเร่งด่วนในการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด มาตรการลงโทษเด็ดขาด การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนว่าการคอร์รัปชั่นยอมรับไม่ได้ การปรับปรุงกฎระเบียบประมูลงาน การจัดซื้อจัดจ้าง และสัมปทาน เพราะจากผลสำรวจคาดการณ์ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นปีหน้า เอกชนยังมองว่าเพิ่มขึ้นแค่ 16% เท่าเดิม 30% ลดลง 28% และไม่มีความเห็น 26% แสดงให้เห็นว่าคนยังเชื่อใจว่าปัญหาทุจริตของรัฐบาลนี้จะเท่าเดิมหรือดีขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่อยากให้รัฐบาลทำลายความหวังส่วนนี้ พร้อมทั้งเดินหน้าเข้มงวดแก้ทุจริตให้จริงจังเหมือนที่ผ่านมา







