posttoday
‘เบร็กซิต’ กับศูนย์กลาง การเงินโลก (1)

‘เบร็กซิต’ กับศูนย์กลาง การเงินโลก (1)

13 กรกฎาคม 2559

การที่สหราชอาณาจักร (ยูเค) จะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า เบร็กซิตได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของยูเคและอียู รวมถึงส่วนต่างๆ ของโลก จากการที่เศรษฐกิจของโลกเชื่อมถึงกันหมดในยุคโลกานุวัตร และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้นักลงทุน และนักวิเคราะห์ต่างคาดเดาไม่ถูกในวันที่ประกาศเบร็กซิตหรือไม่ ทำให้เช้าวันที่ตลาดยุโรปเปิดตลาด มีการเทขายถล่มทลาย โดยตลาดยุโรปลงเฉลี่ย 7-8% บางตลาดลงไปมากกว่า 13% ทันที

การที่สหราชอาณาจักร (ยูเค) จะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า เบร็กซิตได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของยูเคและอียู รวมถึงส่วนต่างๆ ของโลก จากการที่เศรษฐกิจของโลกเชื่อมถึงกันหมดในยุคโลกานุวัตร และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้นักลงทุน และนักวิเคราะห์ต่างคาดเดาไม่ถูกในวันที่ประกาศเบร็กซิตหรือไม่ ทำให้เช้าวันที่ตลาดยุโรปเปิดตลาด มีการเทขายถล่มทลาย โดยตลาดยุโรปลงเฉลี่ย 7-8% บางตลาดลงไปมากกว่า 13% ทันที

นักลงทุนตื่นตระหนกตกใจกับผลการออกเสียงที่ไม่ตรงกับที่คาด เป็นผลเสียอย่างไม่คาดคิดที่นักวิเคราะห์ และนักลงทุนไม่ชอบ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ตลาดก็เริ่มทยอยปรับตัวขึ้น หลังจากความมีเหตุมีผลเริ่มกลับมา นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่า อาจจะมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินทั้งจากอียู และยูเค เพิ่มเติม และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ รวมทั้งจากการที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่นที่แข็งค่าขึ้นมา ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นอาจจะต้องเข็นมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากคาดว่าสภาพคล่องของโลกคงจะเพิ่มขึ้นอีกจากมาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเหล่านี้

แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในยูเค โดยเฉพาะในลอนดอน ที่มีราคาต่อหน่วยแพงระยิบ เริ่มกังวลว่าถ้ายูเคหลังจากนี้โดยเฉพาะอีก 2 ปีข้างหน้า ที่ยูเคจะออกจากอียูอย่างสมบูรณ์ ยูเคอาจจะไม่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกอันดับ 1 อีกต่อไป

โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม อียูคงจะลดทอนการใช้บริการทางการเงินผ่านลอนดอน รวมทั้งสถาบันการเงินและ บริษัทต่างๆ ที่มีฐานของรายได้มาจากกลุ่มประเทศอียู คงจะต้องพิจารณาที่จะย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่มาอยู่ในประเทศในกลุ่มอียู โดยปัจจัยหลักที่จะนำมาใช้ตัดสินใจในการที่จะย้ายไปที่เมืองใดคงหนีไม่พ้น

1.ความแพร่หลายของภาษาอังกฤษ ในปัจจุบันภาษาอังกฤษได้กลายมาเป็นภาษาสากล หรือเป็นภาษาที่สองรองจากภาษาแม่ของชาวโลกเกือบหมดแล้ว ถ้าเมืองใดสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ง่าย น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

2.กฎเกณฑ์ระเบียบต่างๆ รวมทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงาน และภาษีทั้งภาษีนิติบุคคลและภาษีส่วนบุคคล ซึ่งประเทศไหนมีกฎระเบียบที่ผ่อนคลาย ปริมาณพื้นที่สำนักงานที่เพียงพอ และภาษีข้างต้นที่อยู่ในอัตราที่ต่ำ ก็มีโอกาสที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นที่ตั้งแห่งใหม่ของบรรดาองค์กรต่างๆ ที่จะย้ายออกจากลอนดอน

3.การขนส่งที่สะดวกสบายทั้งภายในเมือง และระหว่างเมืองที่มีเที่ยวบิน เที่ยวรถไฟที่สามารถเชื่อมต่อภายในเมืองนั้นๆ และเมืองต่างๆ ได้กว้างขวาง และมีความถี่ของเที่ยวบินและเที่ยวรถไฟสูง ย่อมได้เปรียบที่จะถูกเป็นตัวเลือก

4.อื่นๆ ได้แก่ มีโรงเรียนนานาชาติดีๆ สำหรับบุตรหลานของ Expats มี Luxury Accommodation ที่เพียงพอ ฯลฯ เพราะผู้บริหาร และพนักงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง และคนรวยที่มีไลฟ์สไตล์ที่คุณภาพสูง

จากปัจจัยต่างๆ ข้างต้น เมืองต่างๆ ที่มีโอกาสที่จะมาแทนที่ลอนดอน ได้แก่

1.แฟรงก์เฟิร์ต เมื่อดูจากทำเลแล้วแฟรงก์เฟิร์ตแทบจะอยู่ใจกลางแผ่นดินใหญ่ของยุโรปตะวันตก และแฟรงก์เฟิร์ตในปัจจุบันก็เป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป และ Bundesbank (ธนาคารกลางของเยอรมนี) และสถาบันการเงินใหญ่ๆ เช่น ดอยช์แบงก์ ฯลฯ แฟรงก์เฟิร์ต เป็นเมืองที่มี 107 สายการบิน ที่มาใช้บริการสนามบินและมีเที่ยวบินตรงถึงจุดหมายปลายทางถึง 275 แห่งใน 111 ประเทศ มีเที่ยวบิน/วันถึง 1,365 เที่ยวบิน แต่ข้อเสียคือ การที่จะปลดพนักงานออก มีต้นทุนสูง

น่าเสียดายที่เนื้อที่หมดแล้ว ติดตามตอนต่อไปในบทความหน้ากันครับ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69