
ดับบลิวเอชเอกินรวบ ขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ดาต้าเซ็นเตอร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งเก็บข้อมูลที่ถือว่าเป็นหนึ่งในความต้องการขององค์กรอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบัน เพราะการลงทุนและความปลอดภัยต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ทำให้ดับบลิวเอชเอกลุ่มบริษัทในเครือเหมราช มองเห็นโอกาสเข้ามาจับธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้าที่มีในมือ
จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทมีความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจหลัก 4 ด้าน คือ กลุ่มธุรกิจพัฒนาโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและไฟฟ้า ธุรกิจดิจิทัล และมีลูกค้าเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น โลจิสติกส์ ยานยนต์ อุปโภคบริโภค เหล็กและโลหะ ปิโตรเคมีวัสดุก่อสร้าง สินค้าทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้และต้องการระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ได้ใช้เงินลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท สำหรับสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ 3 แห่ง คือ เส้นวิภาวดี-รังสิต บางนา-ตราด และระยอง เพื่อรองรับลูกค้าทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม โดยทำการค้นคว้าและวิจัยเพื่อเลือกพื้นที่ปลอดภัยสูงจาก 30 แห่ง เหลือ 5 แห่ง และในปี 2564 จะลงทุนเพิ่มอีก 2 แห่ง พร้อมทั้งตั้งเป้ารายได้ของดาต้าเซ็นเตอร์หลังเปิดให้บริการในปี 2560 ไว้ราว 700 ล้านบาท
ด้าน ไกรทส องค์ชัยศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท โฮลดิ้ง กล่าวว่า ปัจจัยที่สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นมาเสริมธุรกิจในกลุ่มนั้น มาจากการส่งเสริมของนโยบายภาครัฐ ธุรกิจฟินเทคที่กำลังเติบโต และดาต้าเซ็นเตอร์ในสิงคโปร์กำลังจะเต็ม
“เรามองเห็นโอกาสในตลาดนี้ เพราะมีลูกค้าครอบคลุมในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการสนองตอบการส่งเสริมนโยบายของภาครัฐที่ให้องค์กรนำดิจิทัลมาใช้งานมากขึ้น ธุรกิจฟินเทคที่ต้องการการเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย จึงต้องการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไว้ใจได้มากกว่าลงทุนเอง รวมทั้งธุรกิจที่เข้าไปลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในสิงคโปร์อยากจะขยายไปนอกประเทศ ซึ่งไทยมีโลเกชั่นพร้อมสุด”
ขณะเดียวกันบริษัทมั่นใจว่าจุดเด่นที่จะช่วยให้บริษัทมีลูกค้าใช้งานได้อย่างรวดเร็ว คือ มีความเป็นกลาง ไม่ผูกขาดกับโอเปอเรเตอร์ค่ายใด เพราะเป็นการลงทุนเองทั้งหมดและเป็นพาร์ตเนอร์ด้านมาตรฐานเทคโนโลยีในการสร้างศูนย์ร่วมกับเอ็นทีที คอมมูนิเคชั่น
“ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างขึ้นมานั้น จะใช้ความได้เปรียบด้านการจัดการพลังงานตามมาตรฐานของเอ็นทีที คอมมูนิเคชั่น โครงข่ายใยแก้วนำแสง หรือ FTTx แบบแยกเป็นรายเดียวที่ไม่ผูกขาดกับโอเปอเรเตอร์ค่ายใดและมีการให้บริการด้านคลาวด์ กล้องวงจรปิด ฮาร์ดแวร์ อีเมล เว็บไซต์ เรียกว่าครบทุกด้านดิจิทัล” ไกรทส กล่าว
จรีพร กล่าวเสริมว่า การลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์นั้น ปัจจัยสำคัญคือต้องใช้เงินลงทุนสูงและหาคนยาก หากองค์กรทำเองและไม่มีความพร้อมด้านนี้ แนะนำให้เลือกเช่าใช้บริการจะดีกว่าเพราะไม่ต้องเสียเงินทุนซ้ำซ้อนและเลือกจ่ายได้ตามความต้องการ
ขณะที่การลงทุนด้านดิจิทัลของบริษัทนั้น มีการลงทุนต่อเนื่องทุก 3 ปี เพื่อช่วยให้การทำงานของลูกค้าราบรื่น หากรัฐลงทุนซัพมารีนที่ศรีราชา จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสของธุรกิจให้เติบโต 20-30% เพราะศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทอยู่ใกล้มากที่สุด







