posttoday
เน็ตแบงก์มาแรง กดเงินสดเอทีเอ็มวูบ

เน็ตแบงก์มาแรง กดเงินสดเอทีเอ็มวูบ

12 กรกฎาคม 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยมูลค่าการใช้บัตรพลาสติกโดยรวมเดือน พ.ค. 2559 อยู่ที่ 1.213 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 7,000 ล้านบาท แต่ยอดกดเงินสดและใช้เพื่อวัตถุประสงค์ผ่านบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตกลับลดลง คาดว่าจะเป็นผลจากบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่มาแรง ประกอบกับปริมาณบัตรที่ลดลง ขณะที่การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยังเพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง  

ธปท. รายงานมูลค่าการใช้บัตรพลาสติกเพื่อการชำระเงิน ล่าสุดในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ทั้งระบบธนาคารพาณิชย์และบริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) รวมถึงบัตรที่ออกโดยผู้ให้บริการต่างประเทศที่มาทำธุรกรรมในไทย มีมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรซึ่งครอบคลุม การชำระสินค้าและบริการ ณ จุดขาย การถอนเงิน การเบิกเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตร และการโอนเงิน พบว่ามีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.213 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 0.58% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 1.206 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในภาพรวมทั้งระบบการใช้จ่ายผ่านบัตรจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่น่าสังเกตว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเอทีเอ็ม ทั้งการถอนเงินสดและการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นและบัตรเดบิต ในส่วนที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ที่ครอบคลุมรายการชำระเงินค่าสินค้าและบริการผ่านเอทีเอ็ม การฝากเงิน และโอนเงิน กลับมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน

สำหรับสาเหตุของการลดลงนั้นยังไม่ชัดเจนนัก อาจเป็นเพราะธนาคารพาณิชย์มีบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ไอแบงก์กิ้ง โมบายแบงก์กิ้ง รวมไปถึงบริการผ่านเทคโนโลยีการเงินหรือฟินเทคอื่นๆ มาเป็นทางเลือกในการให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้นและด้วยราคาค่าบริการถูก จนอาจจะทำให้ผู้บริโภคหันไปใช้บริการ
มากขึ้น

โดยในวันที่ 12 ก.ค.นี้ ฤชุกร สิริโยธิน
ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท.จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริการ ”พร้อมเพย์” เพื่อสร้างความเชื่อให้ประชาชนผู้บริโภคหันมาใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากเป็นบริการที่จะช่วยส่งเสริมให้มีการลดใช้เงินสด ทั้งการใช้เงินสดผ่านการกดเงินจากบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิตผ่านตู้เอทีเอ็ม ซึ่งการชำระเงิน
รูปแบบใหม่ที่มีค่าบริการที่ถูกลงและเป็นไปตามการส่งเสริมของรัฐบาลตามโครงการเนชั่นแนลอี-เพย์เมนต์

นอกจากนี้ มูลค่าที่ลดลงอาจจะมาอีกสาเหตุ คือการที่ผู้บริโภคย้ายจากการใช้บริการบัตรเอทีเอ็มไปใช้บัตรเดบิตมากขึ้น หลังจาก ธปท.มีนโยบายให้เลิกบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็กไปเป็นบัตรชิปการ์ดเพื่อยกระดับความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ขณะที่ธนาคารพาณิย์ก็ไม่ส่งเสริมการถือบัตรเอทีเอ็มแล้ว จึงมักเสนอให้ลูกค้าถือบัตรเดบิตแทนเป็นหลัก เพื่อจะได้เสนอบริการอื่นๆ เช่น การขายประกัน หรือการขยายสินเชื่อประเภทต่างๆ ได้มากขึ้น เป็นต้น จึงอาจส่งผลให้การกดเงินสดผ่านบัตรเอทีเอ็มลดลงตามปริมาณบัตร

ด้านรายละเอียดมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตร ณ เดือน พ.ค. 2559 แบ่งเป็น 1) บัตรเอทีเอ็ม (เฉพาะธนาคารพาณิชย์) มีมูลค่า 1.35 แสนล้านบาท ลดลง 1.8 หมื่นล้านบาท หรือ 11.76% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 1.53 แสนล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของการถอนเงินสดมีมูลค่า 9.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.4 หมื่นล้านบาท หรือ 12.50% และการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นมีมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 4,000 ล้านบาท หรือ 9.76%

2) บัตรเดบิตมีมูลค่าการใช้รวม 9.30 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4 หมื่นล้านบาท หรือ 1.53% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 9.16 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นมูลค่าที่เกิดจากการถอนเงินสดจำนวน 5.52 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9 หมื่นล้านบาท หรือ 5.54% ขณะที่การชำระค่าสินค้าและบริการมีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,000 ล้านบาท หรือ 30% ส่วนการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น (ครอบคลุมรายการชำระเงินค่าสินค้าและบริการผ่านเอทีเอ็ม ฝากเงิน และโอนเงิน) มีมูลค่าประมาณ 3.65 แสนล้านบาท ปรับลดลง 1.8 หมื่นล้านบาท หรือ 4.7%

3) บัตรเครดิตมีมูลค่ารวม 1.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1 หมื่นล้านบาท หรือ 8.09% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 1.36 แสนล้านบาท โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการใช้ โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ณ จุดขายจำนวน 1.15 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท หรือ 9.52% ส่วนการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น (ครอบคลุมรายการ เช่น ถอนเงิน เบิกเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตรและโอนเงิน) มีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท หรือ 3.23%

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าจะพบว่า มูลค่าการใช้บัตรพลาสติกเพื่อการชำระเงินโดยรวมยังเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นล้านบาท หรือ 5.66% จาก 1.148 ล้านล้านบาท เป็น 1.213 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็มมีมูลค่าการใช้เพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท หรือ 8% บัตรเดบิตมีมูลค่าการใช้เพิ่มขึ้น 5.2 หมื่นล้านบาท หรือ 5.92% และการใช้บัตรเครดิตมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท หรือ 1.381% เพียงแต่ไส้ในของการใช้บัตรเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์อื่น มีปริมาณลดลงเล็กน้อย 1,000 ล้านบาท หรือ 3.03%

ปัจจุบัน ณ เดือน พ.ค.ปีนี้ มีปริมาณบัตรทั้งระบบรวมทั้งสิ้น 82.65 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 2.3 ล้านใบ หรือ 2.85% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นบัตรเครดิตจำนวน 22.44 ล้านใบ เพิ่มขึ้น 1.65 ล้านใบ หรือ 7.92% บัตรเดบิต จำนวน 47.55 ล้านใบ เพิ่มขึ้น 2.04 ล้านใบ หรือ 4.48% ขณะที่บัตรเอทีเอ็มมีจำนวน 12.66 ล้านใบ ลดลง 1.4 ล้านใบ หรือ 10%

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย