ธนารักษ์สั่งทบทวนระบบ คุมเข้มตู้เซฟโรงกษาปณ์
รมว.คลัง สั่งธนารักษ์ ทบทวนระบบรักษาความปลอดภัยตู้เซฟโรงกษาปณ์ หลังเกิดเหตุเหรียญทองหาย
รมว.คลัง สั่งธนารักษ์ ทบทวนระบบรักษาความปลอดภัยตู้เซฟโรงกษาปณ์ หลังเกิดเหตุเหรียญทองหาย
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีเหรียญทองคำที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสพระราชพิธีฉลอง พระชนมายุ 5 รอบ 60 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2558 ได้หายไปจากตู้เซฟภายใน โรงกษาปณ์ จ.ปทุมธานี จำนวน 50 เหรียญ รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท เป็นเหรียญ ทองคำแท้ที่กรมธนารักษ์สร้างขึ้น แต่เป็นเหรียญที่มีตำหนิจึงต้องนำมาเก็บไว้ใน ตู้เซฟ โดยขั้นตอนการจัดเก็บสิ่งของมีค่าหรือเหรียญกษาปณ์ต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลถือกุญแจ 2 คน คือระดับ นายช่างหรือหัวงาน หากจะเปิดตู้เซฟ ดังกล่าวต้องเปิดพร้อมกัน 2 คน จึงจะสามารถเปิดได้
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าจะเป็นบุคคลภายใน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบและหาผู้กระทำความผิด คาดว่าจะสามารถติดตามและรู้ผลได้เร็วๆ นี้
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ากรณีนี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกรมธนารักษ์ โดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้กำชับให้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซารอยขึ้นอีก และให้กรมธนารักษ์ดำเนินการทบทวนมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ เข้มงวดกว่าปัจจุบัน ทั้งขั้นตอนจำนวนการจัดเก็บ ปริมาณ มูลค่า จำนวนวัน และผู้รับผิดชอบ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น
สำหรับระบบการเข้า-ออกของ กรมธนารักษ์ ปัจจุบันมีมาตรฐานเข้มงวดอย่างมาก เพราะต้องผ่านการเอกซเรย์โลหะถึง 2 ขั้นตอน หากบุคคลนอกจะเข้าไปต้องผ่านการตรวจอย่างละเอียด หากแม้มีเหรียญติดกระเป๋าไปเพียง 1 เหรียญ ก็จะสามารถรู้ได้ จึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเอาผิดกับบุคคลภายในที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเตรียมทบทวนและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าออกในโรงกษาปณ์ให้มีความรัดกุมมากขึ้น
อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า ยังไม่มั่นใจว่าเหรียญอยู่ในโรงกษาปณ์หรือหลุดออกมาอยู่ในท้องตลาดแล้ว จึงขอให้ประชาชนและร้านทองระวังการรับซื้อเหรียญรุ่นดังกล่าว ไม่มีกล่องพลาสติก ใบรับประกัน และมีร่องรอยตำหนิ
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังไปจับกุมตัวนายสุชาติ เติมต่อ นายช่างโรงกษาปณ์ เพื่อนำตัวมาสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีทางกฎหมาย
ภาพประกอบข่าว







