ธุรกิจคอนเสิร์ตแข่งดุงัดผ่อน 0% ปลุกกำลังซื้อ
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีมากนัก แต่ภาพรวมของธุรกิจโชว์บิซในด้านของการจัดงานคอนเสิร์ตรูปแบบต่างๆ ก็ดูจะมีความคึกคักกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก
โดย...จะเรียม สำรวจ
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีมากนัก แต่ภาพรวมของธุรกิจโชว์บิซในด้านของการจัดงานคอนเสิร์ตรูปแบบต่างๆ ก็ดูจะมีความคึกคักกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก เห็นได้จากจำนวนงานคอนเสิร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวมธุรกิจคอนเสิร์ตจะเริ่มฟื้นตัว แต่ในด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงมีอยู่อย่างจำกัด เพราะจากจำนวนงานคอนเสิร์ตที่มากขึ้น ส่งผลให้ทางเลือกของผู้บริโภคมีมากขึ้นตามไปด้วย จากปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้ผู้บริโภคจะเลือกซื้อบัตรคอนเสิร์ตที่ตัวเองอยากดูเท่านั้น
ชนาธิป วิวัฒนไพบูรย์ ผู้อำนวยการจีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานคอนเสิร์ตปีนี้เพิ่มจากปีที่ผ่านมาชัดเจน สังเกตจากงานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในจีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ฯ ปีนี้มีมากถึง 120 งาน เพิ่มจากปี 2558 ที่มีการจัดงานคอนเสิร์ตเพียง 60 เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม การที่จำนวนคอนเสิร์ตมากขึ้นย่อมหมายถึงการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากเวลานี้กำลังซื้อผู้บริโภคก็ยังไม่ได้แข็งแรงมากนัก
ทักษญา ธีญานาถธนันชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที กรุ๊ป โฮลดิ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าคอนเสิร์ตจากต่างประเทศ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจคอนเสิร์ตในประเทศไทยตอนนี้ยังไม่ตก เพราะมีจำนวนการจัดคอนเสิร์ตเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีเงินพอที่จะซื้อบัตรชมคอนเสิร์ตได้ทุกงาน ทำให้บริษัทต้องหันมา สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ด้วยการเพิ่มความพิเศษเข้าไปในคอนเสิร์ตนั้นๆ เช่น การให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในงานมีตแอนด์กรี๊ด และการจัดแคมเปญผ่อนบัตรคอนเสิร์ต 0% นาน 6 เดือน กับบัตรเครดิตเอสซีบี กรุงศรีอยุธยา กสิกรไทย
สำหรับแผนจัดงานคอนเสิร์ตของที กรุ๊ปฯ ปีนี่จะจัด 4 งาน งบลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจัดไปแล้ว 1 งาน คือ งานย่างกุ้งมิวสิคเฟสติวัล ที่ประเทศเมียนมา ด้วยการจับมือร่วมกับกลุ่มเซ ตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อซี เบลล์ (Z BELL) เพื่อดำเนินธุรกิจโชว์บิซในประเทศ เมียนมา ซึ่งก็ได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ
แต่หากมองด้านการขายบัตรชมคอนเสิร์ตในประเทศเมียนมาถือว่ายังไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์การขายบัตร เพราะจากจำนวนผู้ชมทั้งหมดประมาณ 8,000 คน ขายบัตรจริงได้เพียง 6,000 ใบเท่านั้น ที่เหลืออีก 2,000 ใบ เป็นบัตรปลอม จากเหตุที่เกิดขึ้นทำให้บริษัท ที กรุ๊ปฯ ต้องปรับหลังบ้านในเมียนมาใหม่ ด้วยการออกมาประกาศวางระบบเทคโนโลยีในการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตใหม่ เพื่อป้องกันปัญหาบัตรปลอม
งานคอนเสิร์ตต่อไปที่บริษัท ที กรุ๊ปฯ จะจัดขึ้นในเดือน ก.ค.นี้ คือ งาน Let It Be A Celebra-tion of the Music of The Beatles-Part II 16-17 July 2016 เป็นงานที่จัดขึ้นในประเทศมาเลเซียร่วมกับบริษัท เอซี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอีก 1 งานที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้ คือ คอนเสิร์ตเกาหลี คิม คี บัม "Make a wish KimKiBum Birthday party in Thailand 2016" เป็นงานที่จัดขึ้นในประเทศไทย ส่วนงานสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุป
ทักษญา กล่าวต่อว่า แนวทางดำเนินธุรกิจนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการจัดคอนเสิร์ตทั้งในและต่างประเทศควบคู่กัน ซึ่งในส่วนการจัดคอนเสิร์ตต่างประเทศบริษัทจะให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก เนื่องจากยังไม่มีผู้ประกอบการเข้าไปทำธุรกิจคอนเสิร์ตอย่างจริงจัง ซึ่งประเทศที่บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจา เพื่อเข้าไปจัดงานคอนเสิร์ตในตอนนี้คือ เวียดนาม และอินโดนีเซีย
ในส่วนของแผนการจัดงานคอนเสิร์ตในปี 2560 เบื้องต้นบริษัท ที กรุ๊ปฯ ได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะจัดงานคอนเสิร์ตประมาณ 6 งาน และจะเพิ่มจำนวนต่อเนื่องในปีต่อไป เพื่อผลักดันให้ภายใน 5 ปีนับจากนี้มีรายได้จากธุรกิจบันเทิงด้านการจัดงานคอนเสิร์ตไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่คาดว่าจะมีรายได้ที่ 120 ล้านบาท
จากปริมาณคอนเสิร์ตที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว คาดว่าเมื่อเข้าสู่ครึ่งปีหลังการแข่งกันจะยิ่งรุนแรงขึ้นอีกอย่างแน่นอน







