พาณิชย์เทขายข้าว บิ๊กล็อต3.8ล้านตัน
รัฐเปิดประมูลข้าวทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 1.63 ล้านตัน รวมออร์เดอร์ส่งออกยอดทะลุ 3.8 ล้านตัน
รัฐเปิดประมูลข้าวทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 1.63 ล้านตัน รวมออร์เดอร์ส่งออกยอดทะลุ 3.8 ล้านตัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศเตรียมออกประกาศเงื่อนไข (ทีโออาร์) การเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรมรอบใหม่ปริมาณรวม 1.63 ล้านตัน โดยกรมจะเปิดชี้แจงหลักเกณฑ์ทีโออาร์ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ และเปิดให้ตรวจสอบสภาพข้าวที่โกดังเก็บข้าววันที่ 11-15 ก.ค. หลังจากนั้นจะเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 21 ก.ค. และยื่นซองเสนอราคาวันที่ 25 ก.ค.
“สาเหตุที่เปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ทั้งที่เป็นการขายทั่วไปและขายเข้าอุตสาหกรรมนั้น เนื่องจากในคลังที่นำมาเปิดประมูลมีทั้งข้าวดีและข้าวเสื่อมสภาพปนอยู่ แต่จะต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนและไม่มีการปะปนกัน” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หากนับรวมข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่จะนำมาเปิดประมูลใหม่รอบนี้ กับข้าวในสต๊อกที่จะนำมาขายให้กับผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากต่างประเทศ 2.18 ล้านตัน ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศจะเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติและยื่นซองเสนอราคาในวันเดียวกับการเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรม 1.63 ล้านตัน จะทำให้ปริมาณข้าวในสต๊อกที่อยู่ระหว่างรอระบายข้าวออกสูงถึง 3.81 ล้านตัน
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันราคาข้าวไทยปัจจุบัน ข้าวขาว 5% ราคาส่งออกอยู่ที่ 441 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาส่งออกข้าวชนิดเดียวกันของเวียดนามอยู่ที่ 376 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนราคาส่งออกข้าวนึ่งของไทยอยู่ที่ 496 เหรียญสหรัฐ/ตัน และราคาส่งออกข้าวนึ่งของอินเดียอยู่ที่ 385 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ราคาข้าวสารในประเทศ (ข้าวขาว 5%) ราคาอยู่ที่ 1.4 หมื่นบาท/ตัน ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 9,600 บาท/ตัน
“ราคาข้าวที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตข้าวนาปรังของไทยลดลง อีกทั้งขณะนี้มีความต้องการข้าวนึ่งจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยต้องไล่ซื้อข้าวเปลือกในตลาด เพื่อมาทำข้าวนึ่งในการส่งออก” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลระบายข้าวในสต๊อกออกมาในปริมาณค่อนข้างสูงและระบายบ่อยครั้ง เชื่อว่าเป็นความพยายามทดสอบตลาดว่ามีความต้องการสินค้ามากน้อยแค่ไหน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องราคาขาย โดยรัฐต้องยืนราคาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กดดันสถานการณ์ราคาข้าวในตลาดให้ลดต่ำลง
ภาพประกอบข่าว







