
บล.เคทีบีอุทธรณ์กลต.
เปิดแผนสิ้นปี 2559 ลุย ครบ 8 ธุรกิจ พร้อมพลิกมีกำไร 10 ล้าน
เปิดแผนสิ้นปี 2559 ลุย ครบ 8 ธุรกิจ พร้อมพลิกมีกำไร 10 ล้าน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ บริษัทเตรียมยื่นหนังสือขออุทธรณ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรณีที่ถูกสั่งพักการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ธุรกิจเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากเห็นว่าข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลกระทบกับฝ่ายใด อีกทั้งโทษสั่งพักดังกล่าวเป็นโทษที่มีระยะเวลาสูงสุดที่เคยมีการลงโทษมา
ก่อนหน้านี้ กรณีอื่นๆ ที่มีการลงโทษ เป็นเรื่องผู้บริหารจงใจกระทำผิดหรือทุจริต ยังถูกลงโทษโดยการสั่งพักงานยังไม่เคยสูงถึงขั้นที่บริษัทถูกลงโทษ การทำผิดของบริษัทที่เกิดจากความไม่รอบคอบประมาทเลินเล่อ รวมถึงทีมบริหารชุดเดิมที่มีข้อบกพร่องเป็นชาวต่างชาติ ทำให้ไม่มีความเข้าใจมากพอ ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนทีมผู้บริหารใหม่
“ไม่คิดว่าการลงโทษจะรุนแรงพักงานทำไอพีโอ 2 ปี บริษัทมีลูกค้าไอพีโอ 8 ราย ยังมอบความไว้วางใจที่จะ ทำต่อ หากได้รับลดหย่อนโทษปีหน้ามีโอกาสจะเห็นงานไอพีโอเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอประมาณ 4 ดีล เป็นธุรกิจโลจิสติกส์ 2 ดีล ที่เหลือจะเป็นรีเทลกับโรงพยาบาลขนาดเล็ก ส่วนอีก 4 ดีลจะเข้าในปี 2561 พลังงานทางเลือก 2 ดีลกับโลจิสติกส์และรีเทล” นายวิน กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปี 2559 จะพลิกมามีกำไรประมาณ 10 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน ประมาณ 35 ล้านบาท คาดจะมีรายได้ประมาณ 400-450 ล้านบาท เติบโตราว 20-30% จากที่มีรายได้ประมาณ 320 ล้านบาท เพราะมีแนวโน้มมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะสามารถทำธุรกิจครบทั้ง 8 กลุ่มหลักภายใต้ในอนุญาตประเภท ก. หลังจากช่วงสิ้นไตรมาส 2 บริษัทเริ่มให้ธุรกิจบริการเวลธ์ แมเนจเมนต์ ธุรกิจบริการการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม รวมถึงธุรกิจไพรเวทฟันด์ที่เติบโตดีขณะนี้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท ส่วนในไตรมาส 4 จะมีบริการซื้อขายผ่านโปรแกรมหรือระบบหุ่นยนต์
นอกจากปี 2560 จะเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และจะเริ่มให้บริการกับนักลงทุนต่างประเทศโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มเคทีบี เกาหลีซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ที่ให้บริการกลุ่มลูกค้า ทั้งสถาบัน กองทุนบำเหน็จบำนาญ รวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลเกาหลี
สำหรับแผนงานใน 3 ปีบริษัทมีนโยบายกระจายสัดส่วนรายได้ จากค่าคอมมิชชั่นประมาณ 50-60% แต่ฐานจะกว้างมากขึ้น วาณิชธนกิจประมาณ 20% และไพรเวทฟันด์อีกราว 15-20% จากปัจจุบันมีค่าคอมมิชชั่นประมาณ 70% งานวาณิชธนกิจต่ำกว่า 20% พอร์ตลงทุนราว 3% และที่เหลืออื่นๆ ส่วนกลยุทธ์ของบริษัทจะไม่แข่งขันด้านราคาเน้นการให้คำแนะนำหรือบทวิเคราะห์ที่มีคุณภาพโดยในปี 2560 ตั้งเป้าอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยที่ 0.15% จากเดือน มิ.ย. 2559 ที่ 0.127% พร้อมทั้งตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ที่ 2-2.5% จากปัจจุบันที่ 1.2-1.3% และมีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)







