posttoday
‘ศรีสวัสดิ์’เน้นมั่นคง

‘ศรีสวัสดิ์’เน้นมั่นคง

07 กรกฎาคม 2559

SAWAD เดินหน้าลงทุนในไทย-ต่างประเทศ เป้าเติบโตมั่นคงและยั่งยืน ธุรกิจเมียนมาโตเกินคาด

SAWAD เดินหน้าลงทุนในไทย-ต่างประเทศ เป้าเติบโตมั่นคงและยั่งยืน ธุรกิจเมียนมาโตเกินคาด

น.ส.ดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ในการซื้อหุ้นบริษัทเงินทุน (บง.) กรุงเทพธนาทร (BFIT) จำนวน 9.84% ว่า เพื่อต้องการสร้างความมั่นคงให้กับศรีสวัสดิ์ และบริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ที่เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อมองหาโอกาสจากเออีซี

สำหรับธุรกิจที่ลงทุนไปแล้วผลตอบรับก็ดีเกินคาด อาทิ การให้คำปรึกษาการให้สินเชื่อในเมียนมา เน้นการซื้อรถไถคูโบต้ารายละ 3-5 แสนบาท เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการประมาณกลางปีนี้ พบว่ามีความต้องการใช้สินเชื่อมากเกินคาด ถึงสิ้นปีนี้น่าจะปล่อยสินเชื่อได้ประมาณ 200 ล้านบาท

กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ในส่วนธุรกิจในเมืองไทยสามารถขยายตัวได้ดี ในช่วง  5 เดือนที่ผ่านมา มีการปล่อยสินเชื่อสุทธิ 1.65 หมื่นล้านบาท เติบโต 12% ขณะที่สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ไม่เพิ่มขึ้น ทรงตัวบริเวณ 3.29% ณ สิ้นเดือน พ.ค. ส่วนการซื้อหนี้มาบริหารสามารถตามเก็บหนี้เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

“ศรีสวัสดิ์ต้องการที่จะเป็นร้านสะดวกซื้อทางการเงิน เมื่อต้องการใช้บริการต้องคิดถึงเราก่อน” น.ส.ดวงใจ กล่าว

แนวโน้มศรีสวัสดิ์จะเติบโตได้ดีจาก 3 กลยุทธ์ทางธุรกิจ คือ 1.การขยายสาขาเป็น 2,000 สาขา 2.การลงทุนในต่างประเทศ แม้ว่าปีนี้ยังไม่เห็นผลมากนัก แต่รายได้และกำไรจะเข้ามาใน 1-2 ปีข้างหน้า และ 3.การซื้อหนี้มาบริหาร ซึ่งธนาคารพาณิชย์ยังคงมีการขายหนี้ออกมาจำนวนมาก แต่การซื้อหนี้ บริษัทมีนโยบายดำเนินการอย่างระมัดระวัง พิจารณาหลักประกันละเอียด อาทิ ที่ดินในต่างจังหวัดที่ไม่มีศักยภาพในการขายออกหรือพัฒนาต่อ เพราะลูกหนี้ไม่มาซื้อหนี้คืน ทำให้การตามหนี้คืนยากลำบาก

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า การขยายการลงทุนจำนวนมาก บริษัทไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน เพราะภายหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งให้การสนับสนุนสินเชื่อและได้เงื่อนไขที่ดีมาก ในอดีตมักจะคิดดอกเบี้ยจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลบ แต่ปัจจุบันใช้ดอกเบี้ยเงินฝากบวกเล็กน้อย ทำให้ต้นทุนการเงินลดลงมาก

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังแนะนำซื้อหุ้น SAWAD คงราคาพื้นฐานที่ 53.50 บาท คาดการลงทุนใน BFIT จะมีกำไรเพิ่มประมาณ 6.9 ล้านบาทในปี 2560 ส่วนผลงานไตรมาส 2 จะมีกำไรสุทธิ 431 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 48.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 2.6% จากไตรมาสแรก โดยคงประมาณการกำไรปี 2559 ไว้ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% จากปี 2558

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย