เชื่อมั่นญี่ปุ่นฟื้น เป็นบวกรอบ3ปี
เผยเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่นในไทย 6 เดือนแรกปีนี้เพิ่ม 17% ชี้นโยบายรัฐบาลชัด-การเมืองความมั่นคง
เผยเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่นในไทย 6 เดือนแรกปีนี้เพิ่ม 17% ชี้นโยบายรัฐบาลชัด-การเมืองความมั่นคง
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังนายชินโกะ ซาโตะ ประธานบริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปนี และประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ เข้าหารือว่า หอการค้าญี่ปุ่นฯ ได้รายงานผลการสำรวจความเชื่อมั่นในการลงทุนของสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่นฯ 1,700 คน ปรากฏว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 ปรับตัวดีขึ้นเป็นบวก จากปีก่อนหน้านี้ที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่นติดลบ โดยเฉพาะในปี 2556-2557 ที่ปัญหาการเมืองของไทยทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่นติดลบมากกว่า 10%
สำหรับประเด็นที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่น คือ นโยบายของรัฐบาลที่มีความชัดเจนขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองที่มั่นคงขึ้น สะท้อนได้จากปริมาณการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยที่ยังคงเพิ่มขึ้น แต่นักลงทุนญี่ปุ่นยังต้องการให้รัฐบาลไทยแก้ไขและลดอุปสรรคในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มการลงทุนในไทย เช่น กฎหมายศุลกากร ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่สูงและยังมีความล่าช้า ตลอดจนการพัฒนาแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งได้แจ้งกับนักลงทุนญี่ปุ่นว่าขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างการปรับแนวทางการผลิตคนให้ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนผู้ที่จบอาชีวศึกษาและวิศวกรรมศาสตร์
นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นต้องการให้ทางไทยดูแลในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพราะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อภาคอุตสาหกรรมมาก โดยฝ่ายไทยยืนยันไปว่าหากเกิดวิกฤตที่คาดไม่ถึงประเทศไทยจะมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรมแน่นอน ส่วนด้านพลังงาน นักลงทุนญี่ปุ่นต้องการให้รัฐบาลดำเนินนโยบายจ่ายพลังงานอย่างมีเสถียรภาพเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้หยิบยกกรณีที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) ลดพนักงาน แต่ได้หารือในภาพรวม โดยหอการค้าญี่ปุ่นฯ ยอมรับว่าขณะนี้ยอดขายรถของค่ายรถญี่ปุ่นยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และนักลงทุนหวังว่าภาครัฐจะปลดล็อคการถือครองรถคันแรกที่กำหนดไว้ 5 ปี







