‘ทรรศิน’ผู้กอบกู้เครดิตไทยบริการ
โดย...ทีมข่าวตลาดทุน
โดย...ทีมข่าวตลาดทุน
ทรรศิน จงอัศญากุล (เจมส์) ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) บริษัท ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม (T) ผู้บริหารหนุ่มในวัย 30 กลางๆ ที่สลัดภาพลูกเสี่ย ยอมทิ้งเงินเดือนครึ่งล้าน อาสากอบกู้ธุรกิจให้กับไทยบริการฯ ในเดือน พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้ามาปี 2557 บริษัทแห่งนี้เข้าขั้นวิกฤตจากการขาดทุนหนักกว่า 600 ล้านบาท
ทรรศิน เป็นใคร มาจากไหนกัน หากเป็นคนในวงการตลาดหุ้นแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนต้องรู้จักเขาเป็นอย่างดี ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ ลูกชาย“ประสิทธิ์ จงอัศญากุล” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เจ้าของ Civilai Hill และโรงงานกระดาษลูกฟูก
เส้นทางของ ทรรศิน เกิดมาครอบครัวมีธุรกิจรองรับ ไม่ต้องดิ้นรน ยังไงๆ เขาไม่ลำบากแน่นอน แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม เขาทิ้งสิ่งที่พ่อสร้างแล้วเดินหน้าหาสิ่งที่ต้องการ หลังจบการศึกษาปริญญาตรีและโท ด้านกฎหมาย ที่ประเทศอังกฤษ กลับมาทำงานเป็นนักกฎหมายในกลุ่มบริษัท ปูนซิเมนต์ไทยได้ 3 ปีเศษ ซึ่งเป็นที่ทำให้ “ทรรศิน” ได้เรียนรู้การทำธุรกิจ ก่อนจะถูกซื้อตัวไปหาประสบการณ์กับบริษัทต่างชาติด้วยผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ
จุดเปลี่ยนของชีวิต เจมส์ ยอมลดเงินเดือนครึ่งล้านบาทออกมาฟื้นซากบริษัทที่นักลงทุนร้องยี้ หนี้สินมาก ขาดทุนหนัก เป็นงานท้าทายไม่น้อย หากทำให้ T ที่กำลังจะหายไปจากตลาดกลับมาเชิดหน้าชูตาได้ ถือเป็นกำไรของชีวิต สร้างเครดิตให้กับตัวเขาที่ได้โชว์ศักยภาพในตัวที่มีอยู่ทั้งหมดทุ่มลงไปให้กับการกอบกู้ไทยบริการ
เมื่อเจมส์ ตัดสินใจแล้ว เดือน พ.ค. 2558 สิ่งแรกที่เข้าไปลุยไฟคือ การแก้ไขงบการเงินส่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ทันตามกำหนด 7 มิ.ย. 2558 ในนาทีสุดท้ายที่ส่งงบทำให้ไทยบริการเป็น 1 ใน 8 บริษัทที่หลุดออกมาซื้อขายหุ้นได้ถึงขณะนี้
ผลจากการขาดทุนจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้าในการเจรจาลดหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และตามเก็บหนี้จากลูกค้าค้างชำระ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี หนี้ที่มีกว่า 3-400 ล้านบาท ลดลงมากว่ากึ่งหนึ่งไม่ถึง 200 ล้านบาท พนักงาน 80 คน ที่เคยลดมาจาก 200 คน กลับขึ้นมาเป็น 100 คน
เมื่อ “เจมส์” อุดรอยรั่วเรืออับปางได้สำเร็จ การลองแล่นเรือให้โลดแล่นท่ามกลางพายุฝนให้ได้ดีที่สุด เป็นสิ่งท้าทายสำหรับเขา ฉะนั้นต้องหาธุรกิจใหม่ลงทุนเพื่อเสริมรายได้ และต้องได้ผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 10% รวมทั้งหาซื้อกิจการต่อยอดธุรกิจงานโครงสร้างเหล็กอาคารโรงพยาบาล ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมที่มีความแข็งแกร่ง ที่ต้องคงคุณภาพความน่าเชื่อถือไว้
เจมส์ บอกว่า แม้ว่าอำนาจเต็มที่ ได้โชว์ฝีมือบริหาร แต่ก็มีความกดดันหลายอย่าง เวลาถูกต่อว่าก็ต่อว่าย้อนหลังไป 3-4 ปี เป้าหมายที่ต้องการเดินไปให้ถึง คือ การกอบกู้บริษัทให้สำเร็จ เป้าหมายแรกที่เชื่อว่าทำได้คือ การล้างขาดทุนสะสมปีนี้ให้หมด 900 กว่าล้านบาท แต่สิ่งที่จะต่ำกว่าเป้าหมายคือ ยังหาธุรกิจใหม่ไม่ได้ สุดท้ายแล้วบทสรุป คือ การทำให้บริษัทก้าวหน้าขึ้นให้เร็วที่สุด
“ผมเข้ามาเปิดตัวแล้ว ถ้าออกไปตอนนี้ถือว่ายกธงขาว หากทำสำเร็จเป็นเครดิตให้กับชีวิตตัวเอง ผมก็อยู่ในวงการนี้ไปได้อีก 30 ปี” เจมส์ จบการสนทนาอย่างมีความหวัง


