
ถอดบทเรียนเบร็กซิต
อิเหนาแนะบูรณาการอาเซียนค่อยเป็นค่อยไป-เน้นประโยชน์คนทำงาน ลดซ้ำรอยเบร็กซิต
อิเหนาแนะบูรณาการอาเซียนค่อยเป็นค่อยไป-เน้นประโยชน์คนทำงาน ลดซ้ำรอยเบร็กซิต
โทมัส เล็มบอง รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า การออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษหรือเบร็กซิต เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อประเทศในอาเซียนให้เร่งพัฒนาความเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มคนทำงานในแต่ละประเทศ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าและการลดกำแพงภาษีในภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นในปี 2025 นี้อย่างทั่วถึง
“เบร็กซิตควรจะถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ร่วมสร้างข้อตกลงการค้าในชุมชนอาเซียน และมีกฎระเบียบที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับแรงงานและผู้อ่อนไหวมากกว่ากลุ่มชนชั้นนำในประเทศ” เล็มบอง กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แพร่หลายถึงการบูรณาการที่เป็นไปค่อนข้างช้าและพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้หลายครั้ง ทำให้อาเซียนยังมีค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ในระดับสูง รวมทั้งถูกวิจารณ์ว่าพยายามหลีกเลี่ยงการเจรจาในประเด็นที่อ่อนไหวเพื่อรักษาเอกภาพของอาเซียน
ทั้งนี้ ลียูงยูง สมาชิกกรรมการกิจการภูมิภาคอาเซียน ระบุว่า เบร็กซิตควรจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อาเซียนรักษาระดับการบูรณาการในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับอาเซียนเอง โดยไม่จำเป็นต้องเร่งบูรณาการอย่างที่ชาติตะวันตกหรืออียูต้องการ
“บทเรียนจากเบร็กซิตชี้ให้เห็นแล้วว่าในการบูรณาการระหว่างประเทศนั้น ไม่สามารถมองข้ามปัจจัยพื้นฐานหรือภูมิหลังที่แต่ละประเทศเป็นอยู่ได้ จึงเป็นเหตุผลให้อาเซียนดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด” ลียูงยูง กล่าว
ลียูงยูง ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ว่าจะยังไม่สามารถประเมินขอบเขตผลกระทบของเบร็กซิตได้อย่างแน่ชัด แต่คาดการณ์ว่าเบร็กซิตอาจจะส่งผลต่อการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอาเซียนและอียูในอนาคต รวมทั้งอาเซียนจะต้องเจรจาเอฟทีเอในบางส่วนกับอังกฤษโดยตรง โดยอาเซียนได้แสดงความต้องการเจรจาเอฟทีเอ ร่วมกับอียูไปก่อนที่จะมีการลงประชามติแล้ว แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ผู้กำหนดนโยบายก็จำเป็นต้องถอยมาประเมินสถานการณ์ในยุโรปใหม่ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการขั้นต่อไป
ด้าน บิลาฮารี คัวซิกาน เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า มีแนวโน้มที่เบร็กซิตจะสร้างความผันผวนในกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจทั่วโลก และอาจจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อความพยายามบูรณาการของอาเซียนให้ยากยิ่งขึ้น โดยอาจก่อให้เกิดเงื่อนไขทางการเมืองที่กดดันการร่วมบูรณาการ







