
กสิกรให้กู้หมื่นล้าน
กสิกรไทยออกสินเชื่อรับ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ให้วงเงินกู้เอสเอ็มอีเพิ่มจากวงเงินเดิม 20% สูงสุด 10 ล้าน ตั้งเป้าปล่อยกู้หมื่นล้าน
กสิกรไทยออกสินเชื่อรับ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ให้วงเงินกู้เอสเอ็มอีเพิ่มจากวงเงินเดิม 20% สูงสุด 10 ล้าน ตั้งเป้าปล่อยกู้หมื่นล้าน
นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้ออกสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการที่มีหลักประกันทางธุรกิจ สำหรับกลุ่มผู้ประกอบเอสเอ็มอี โดยใช้ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังมาเป็นหลักประกันเพื่อสนับสนุนเงินกู้ระยะยาวและเงินทุนหมุนเวียนให้กับลูกค้าปัจจุบัน ด้วยการให้วงเงินกู้เพิ่มเติม 20% จากวงเงินเดิมที่มีอยู่ สูงสุด 10 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง และในส่วนของลูกค้ารายใหญ่ยังได้จัดทำโครงการสินเชื่อโดยมีลูกหนี้การค้าเป็นหลักประกัน
สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนเงินทุน หมุนเวียนให้กับธุรกิจในรูปของตั๋วสัญญาใช้เงินด้วยวงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท โดยผู้ใช้สินเชื่อทั้งสองโครงการจะต้องยินยอมให้ธนาคารนำทรัพย์สินเข้าจดทะเบียน
หลักประกันทางธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 ก.ค.นี้เป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ กฎหมายจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นการลดข้อจำกัดการนำทรัพย์สินมาใช้เป็นหลักประกันกับธนาคาร โดยผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในกิจการไปใช้เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อได้ และสามารถใช้หลักประกันนั้นในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดย ไม่ ต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้กับธนาคาร เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า สิทธิการเช่า และกิจการ เป็นต้น ทำให้ธนาคารมีความมั่นใจในการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการและเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับธุรกิจ
“ธนาคารจะสามารถลดกระบวนการตรวจสอบลูกหนี้การค้าออกไป ทำให้สามารถอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยธนาคารได้จัดเตรียมวงเงินสำหรับ 2 โครงการนี้ไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้
การสนับสนุนสินเชื่อสำหรับธุรกิจภายใต้โครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะธนาคารตระหนักดีว่าเงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ และการใช้หลักประกันในรูปแบบใหม่ๆ ตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนเพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนหรือขยายกิจการได้เพิ่มขึ้น” นายศีลวัต กล่าว
ก่อนหน้านี้ ธนาคารทหารไทยได้เปิดตัวสินเชื่อตามกฎหมายหลักประกันใหม่แล้ว คือ สินเชื่อหลักประกันธุรกิจทีเอ็มบี เพื่อเสนอต่อลูกค้าเอสเอ็มอีให้สามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อเพิ่มได้ เช่นลูกหนี้การค้า สต๊อกสินค้า และสิทธิการรับเงิน มาจดทะเบียนกับทีเอ็มบีเพื่อขอสินเชื่อได้ โดยแบงก์จะให้วงเงินเพิ่มสูงสุดถึง 20% จากวงเงินเดิม ธนาคารจะเริ่มจากทรัพย์แค่ 3 ด้านก่อน คือ ลูกหนี้การค้า สต๊อกสินค้า และสิทธิการรับเงิน เพราะทำได้ง่ายกว่า
ธปท.ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสำรอง เพื่อรองรับ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 โดยได้เพิ่มประเภทหลักประกันเพิ่มเติม คือ กิจการ สิทธิเรียกร้องที่ไม่มีตราสาร ทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าคงคลัง เช่น วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต สินค้าสำเร็จรูป สินค้าเกษตร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าเป็นหลักประกันได้ โดยไม่ต้องมีการส่งมอบทรัพย์ที่เป็นประกันหรือทะเบียนซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ หรือผู้ประกอบการภาคเกษตร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อได้ง่ายขึ้น







