
เกษตรฯชงปปง.ยึดทรัพย์ขายปุ๋ยปลอม
กระทรวงเกษตรฯ ชง ปปง. พิจารณาให้การค้าวัตถุดิบการเกษตรปลอม เข้าข่ายกฎหมายฟอกเงิน
กระทรวงเกษตรฯ ชง ปปง. พิจารณาให้การค้าวัตถุดิบการเกษตรปลอม เข้าข่ายกฎหมายฟอกเงิน
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้คณะกรรมการ ปปง.พิจารณานำกรณีที่มีผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น สารเคมีเกษตร สารกำจัดศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์พืชปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน บรรจุเพิ่มเป็นมูลฐานความผิดที่เข้าลักษณะของการฟอกเงิน เพื่อทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าทำผิด เพราะ ปปง.จะมีอำนาจเข้าไปดำเนินการสอบสวน และหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงจะมีบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นยึดทรัพย์ นอกจากการดำเนินคดีทางแพ่งและคดีอาญาตามกฎหมายปกติ
“เราพบว่าการที่เกษตรกรซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองในการลงทุนต่อไร่ เช่น หากเมล็ดพันธุ์พืชก็ต้องใช้ปริมาณเพิ่ม หรือปุ๋ยหากไม่ได้มาตรฐานก็ต้องใช้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนต่อไร่ของเกษตรกร และสุดท้ายคือผลผลิตต่อไร่จะต่ำลง ขณะที่กรณีการขายปุ๋ยหรือวัตถุดิบทางการเกษตรปลอม หากปล่อยไปก็กระทบในวงกว้าง เพราะปัจจุบันไทยมีจำนวนเกษตรกรมากกว่า 30 ล้านคน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างรอคำตอบจาก ปปง.ว่า คณะกรรมการ ปปง.มีมติที่จะรับเรื่องนี้ไว้ในฐานความผิดฟอกเงินหรือไม่” นายธีรภัทร กล่าว
นายธีรภัทร กล่าวว่า หาก ปปง.เห็นชอบการเพิ่มมูลฐานความผิดการผลิตและขายวัตถุดิบทางการเกษตรปลอมตามที่กระทรวงเสนอ กระทรวงก็จะทำหนังสือถึงสำนักงาน ปปง.อีกฉบับ เพื่อให้คณะกรรมการ ปปง.พิจารณาเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการประกอบการโรงฆ่าสัตว์เถื่อน เนื่องจากโรงฆ่าสัตว์เป็นการอนุญาตตามกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางพื้นที่ และท้องถิ่นไม่กล้าเข้าไปดำเนินการกับผู้ประกอบการ ทำให้โรงฆ่าสัตว์ไม่มีการตรวจสอบมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร







