posttoday
รับ โอน จ่าย ใช้ e-Payments รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่มีค่าธรรมเนียม!!!

รับ โอน จ่าย ใช้ e-Payments รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่มีค่าธรรมเนียม!!!

02 กรกฎาคม 2559

ในเวลานี้หลายคนกำลังตื่นเต้นกับ “พร้อมเพย์” บริการโอนและรับเงินโอนแบบใหม่ หนึ่งในโครงการ National e-Payment

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

ในเวลานี้หลายคนกำลังตื่นเต้นกับ “พร้อมเพย์” บริการโอนและรับเงินโอนแบบใหม่ หนึ่งในโครงการ National e-Payment หรือระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่รัฐบาลออกหน้าดำเนินการเอง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้เงินสดและหันมาใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น

ซึ่งก็น่าตื่นเต้นจริงๆ เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินถูกลง (อย่างน่าเหลือเชื่อ) แต่นี่คืออีกก้าวสำคัญที่จะนำประเทศไทยไปสู่ “สังคมไร้เงินสด” (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ หรือสังคมที่คนไม่ต้องพกเงินสดติดตัวก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้สบายมือ

เพราะการจัดการกับเงินสดตั้งแต่ต้นทางอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ ตู้เอทีเอ็ม ไปจนถึงมือประชาชน มีต้นทุนอยู่ในทุกขั้นตอน เพียงแต่ประชาชนคนธรรมดาอย่างเรามองไม่เห็น ซึ่งหากลดปริมาณการใช้เงินสดได้มาก ก็ยิ่งประหยัดต้นทุนไปได้มาก

แม้ว่าวันนี้เราจะยังไปไม่ถึงขั้น “สังคมไร้เงินสด” แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะล้าสมัย เพราะถ้าดูจากข้อมูลล่าสุดของ ธปท. พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2558 คนไทยมีการทำธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payments) มูลค่ารวมประมาณ 66 ล้านล้านบาท มากกว่าใช้เช็คที่มีอยู่ 15.37 ล้านล้านบาท

ช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การทำรายการผ่านเครื่องทำรายการอัตโนมัติ 34.5% และเครื่องรับบัตร 33.6% ขณะที่การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย โดยมีสัดส่วนอยู่ 18% และโทรศัพท์เคลื่อนที่ 12.6%

แต่การโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการเติบโตมากถึง 129.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน

“จากแนวโน้มดังกล่าวเห็นได้ชัดว่า การชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่องทางการชำระเงินที่สำคัญในไทย เพราะเป็นช่องทางที่สามารถทำได้สะดวกและรวดเร็ว” ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธปท. ระบุไว้ในรายงาน Payment Systems Insight ประจำไตรมาส 1 ปี 2558

จะไม่ให้ e-Payments ได้รับความนิยมได้อย่างไร

เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านการเงิน เข้ามาช่วยทำให้การโอนเงิน การจ่ายเงิน และการรับเงิน ทำได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น มีความปลอดภัยสูงขึ้น และที่สำคัญทำให้ค่าธรรมเนียมต่างๆ ลดลง จนทำให้บริการบางอย่างทำได้ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม (แบบไม่มีเงื่อนไข)

โอนเงินง่าย

ทุกวันนี้การโอนที่สะดวกและรวดเร็วมากที่สุด คือ การโอนเงินผ่านธนาคารทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็สามารถส่งคำสั่งโอนเงินได้ แต่ก็ต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียม

ถ้าเป็นการโอนภายในธนาคารเดียวกันแค่ “ข้ามเขต” แม้จะมีหลายธนาคารที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม แต่บางธนาคารจะยอมให้โอนได้ฟรีแค่ 5 ครั้ง หรือ 10 ครั้งแรก หลังจากนั้นจะคิดค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาท

ถ้าเป็นการโอนต่างธนาคารที่ได้รับเงินทันทีจะต้องเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 25-35 บาท/รายการ ขึ้นอยู่กับวงเงินที่จะโอน

วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นบาท ค่าธรรมเนียม 25 บาท/รายการ

วงเงินมากกว่า 2-5 หมื่นบาท ค่าธรรมเนียม 35 บาท/รายการ

เมื่อ “พร้อมเพย์” พร้อมใช้งานจริงๆ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินจะลดลงมาก เพราะถ้าเลือกที่จะโอนเงินด้วยระบบพร้อมเพย์ ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 0-10 บาท/รายการ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินโอนในแต่ละครั้ง

วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ไม่คิดค่าธรรมเนียม

วงเงินมากกว่า 5,000-3 หมื่นบาท ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาท/รายการ

วงเงินมากกว่า 3 หมื่น-1 แสนบาท ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาท/รายการ

วงเงินมากกว่า 1 แสนบาทขึ้นไป ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาท/รายการ

โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการโอนในธนาคารเดียวกันหรือต่างธนาคาร อยู่ในเขตเดียวกันหรือข้ามเขต และไม่ต้องถามเลขบัญชี เพราะระบบพร้อมเพย์จะใช้เลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์มือถือ แทนเลขบัญชีธนาคาร

ระหว่างวันที่ 1-14 ก.ค. 2559 มีหลายธนาคารเริ่มเปิดให้ “ลงทะเบียนล่วงหน้า” ก่อนที่จะเปิดให้ลงทะเบียนจริงตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2559 (ซึ่งเป็นวันที่ระบบกลางเปิดให้ทุกธนาคารลงทะเบียนพร้อมกันทั่วประเทศ) และไปเปิดให้บริการในเดือน ต.ค. 2559

เพราะฉะนั้น คนที่ไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ ไม่มีเวลา ยังไม่ต้องรีบ รอให้เปิดบริการจริงก่อนก็ไม่สาย เพราะ “พร้อมเพย์” พร้อมให้ลงทะเบียนตลอดไปไม่มีวันปิด

แต่เมื่อพร้อมเพย์เปิดให้บริการแล้ว เราจะพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าเราอยู่ในฝั่ง “ผู้รับเงินโอน”

เพราะการโอนเงินในระบบนี้จะดูจากตัวผู้รับเงินโอนเป็นหลัก ไม่ได้ดูที่ตัวคนโอนเงิน ดังนั้นต่อให้คนโอนเงินลงทะบียนใช้งานเอาไว้ แต่คนรับโอนไม่ได้ลงทะเบียนก็จะใช้งานระบบนี้ไม่ได้ ต้องกลับไปใช้ระบบเดิม ที่ผู้โอนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

นอกจากนี้ ถ้าเป็นคนที่ได้รับสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐยิ่งพลาดไม่ได้ เพราะคาดว่าตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 รัฐบาลจะเริ่มโอนเงินสวัสดิการให้ประชาชนผ่านบริการพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน

การลงทะเบียนพร้อมเพย์ ก็ต้องมีบัญชีเงินฝากที่จะเลือกเป็นบัญชีในการโอนหรือรับโอนเงิน ซึ่งต้องนำมาผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งบัญชีนั้นจะเป็นบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันก็ได้ เพียงแต่ต้องเป็นชื่อเราคนเดียว ไม่ใช่บัญชีร่วม

บัญชีธนาคารที่นำมาลงทะเบียน 1 บัญชี จะผูกบัญชีได้สูงสุด 4 หมายเลข ได้แก่ เลขบัตรประชาชน 1 หมายเลข และเบอร์โทรศัพท์มือถืออีกไม่เกิน 3 หมายเลข โดยต้องเป็นหมายเลขที่ไม่ได้ผูกกับบัญชีอื่นมาก่อน

นั่นเพราะหมายเลขบัตรประชาชนจะผูกกับบัญชีธนาคารได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น เช่นเดียวกับเบอร์โทรศัพท์มือถือ 1 หมายเลขจะผูกได้เพียง 1 บัญชีเช่นกัน

ขณะที่บัญชีเงินฝาก 1 บัญชีสามารถผูกได้กับทั้งเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์มือถือ ตามจำนวนที่แต่ละธนาคารกำหนด (แต่รวมแล้วไม่เกิน 4 หมายเลข)

สำหรับคนที่มีบัญชีเงินฝากหลายบัญชี แต่มีเลขบัตรประชาชน 1 หมายเลข และเบอร์โทรศัพท์มือถืออีก 1 หมายเลข สามารถเลือกผูกกับบัญชีเงินฝากได้สูงสุด 2 บัญชี คือ บัญชีที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน และบัญชีที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์มือถือ

และควรเลือกบัญชีเงินฝากที่ใช้จ่ายเป็นประจำ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากบริการพร้อมเพย์มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม บริการพร้อมเพย์ไม่สามารถโอนเงินไปต่างประเทศได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีบริการทางการเงินที่ช่วยเราได้ โดยเฉพาะในยุคที่มี FinTech เกิดขึ้นมามากมาย

ถ้าเป็นเมื่อก่อน การโอนเงินไปต่างประเทศจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอยู่ประมาณ 10-15% ต่อมูลค่าเงินโอน นอกจากนี้ยังต้องมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย แต่ในวันนี้มีบริการทางการเงินหลายอย่างที่ทำให้ค่าธรรมเนียมลดลงมาก และอาจจะมากจนไม่มีค่าธรรมเนียมเลยก็ได้ เช่น เงินดิจิทัล

แม้ว่าเงินดิจิทัลจะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย แต่ในต่างประเทศ (รวมทั้งคนไทยรุ่นใหม่) จำนวนมาก กำลังสนุกสนานกับบริการโอนเงินข้ามประเทศที่ไม่มีค่าบริการ แถมยังโอนได้ไม่จำกัดจำนวนเงิน ไม่ว่าจะมากหรือน้อยแค่ไหน

และสัญญาว่า อีกไม่นานเราจะมาทำความรู้จัก “เงินดิจิทัล” กันให้มากขึ้น

จ่ายเงินสะดวก

นอกจากจะรับเงินโอนได้สะดวกรวดเร็วแล้ว e-Payments ยังช่วยให้การจ่ายเงิน หรือการชำระเงินทำได้สะดวกมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะบริการ “กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-Wallet

ตอนนี้มีผู้ให้บริการในประเทศไทยหลายรายพัฒนาขึ้นมา ซึ่งรายหลักๆ มักจะเป็นผู้ประกอบการด้านโทรศัพท์มือถือ เช่น Truemoney ของค่ายทรู mPay ของเอไอเอส และ JAEW โดยดีแทค นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการรายอื่นๆ อีก เช่น AirPay และ DeepPocket

การใช้บริการ e-Wallet จะเริ่มจากการเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์กันก่อน จากนั้น จึงนำไปจับจ่ายใช้สอย เช่น จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าตั๋วหนัง ค่าเกม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบางรายการยังไม่เสียค่าธรรมเนียมอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ยังสามารถโอนเงินระหว่างกระเป๋าเงินต่างค่ายกันได้ เพราะได้ยินมาว่า Truemoney, mPay และ JAEW เปิดให้โอนเงินระหว่างกันได้แล้ว

และในสัปดาห์ถัดๆ ไปเราจะได้ทำความรู้จักบริการ e-Wallet ให้มากขึ้น เช่นเดียวกัน

รับเงินสบาย

บริการนี้สำหรับ “ผู้รับเงิน” โดยเฉพาะ เพราะเป็นการรับชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ จากการค้าขายออนไลน์ ซึ่งแต่เดิมการรับชำระเงินจากผู้ซื้อ ส่วนใหญ่จะเลือกให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก แทนที่จะหักบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่มีต้นทุนการขอใช้บริการค่อนข้างมากและยุ่งยากพอสมควร

แต่บริการ Payment Gateway หรือระบบชำระเงินออนไลน์ ในยุคนี้ช่วยเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการออนไลน์มากขึ้น เพราะสามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตได้ง่ายขึ้น แถมยังมั่นใจในความปลอดภัยได้ไม่ต่างจากระบบเดิมๆ

เมื่อทำให้ผู้ซื้อชำระเงินได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น โอกาสที่ผู้ซื้อจะเปลี่ยนใจระหว่างก่อนที่จะไปชำระเงินก็ลดลงตามไปด้วย

และอีกครั้งที่จะต้องบอกว่า มีโอกาสพาไปทำความรู้จักกับบริการประเภทนี้ให้ดีขึ้นแน่นอน เพราะในปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Payment Gateway ในประเทศไทย หลายรายที่น่าจับตามอง

อย่างที่เห็น บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเราศึกษาและทำความรู้จักมันอย่างดี รับรองว่าเราจะได้ประโยชน์จากบริการเหล่านี้ได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

การเคหะแห่งชาติ เปิดให้เช่าพื้นที่ลานค้าชุมชนบ้านเอื้ออาทรลพบุรี (ศรีอินทราทิตย์)

การเคหะแห่งชาติ เปิดให้เช่าพื้นที่ลานค้าชุมชนบ้านเอื้ออาทรลพบุรี (ศรีอินทราทิตย์)