
อภิศักดิ์ยกออมสินสู่ดิจิทัล
“อภิศักดิ์” ดัน “ออมสิน” สู่แบงก์ดิจิทัล เชื่อมโยงเครือข่ายธนาคารออมสินโลก
“อภิศักดิ์” ดัน “ออมสิน” สู่แบงก์ดิจิทัล เชื่อมโยงเครือข่ายธนาคารออมสินโลก
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวเปิดประชุม “ออมสินโลก” ครั้งที่ 23 ประจำปี 2559 หรือ WSBI AnnualMeetings 2016 ว่า ทั่วโลกกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลจึงกำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาปัจจัยพื้นฐานหลักของประเทศไว้ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลรองรับ e-payment, e-trading and service, e-certicifate, e-health และ e-filing and e-reporting เพื่อให้บริการผ่านระบบดิจิทัลของภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีต้นทุนต่ำ การสร้างสังคมดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการของรัฐผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึงทุกที่ทุกเวลาอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งมีพลเมืองดิจิทัลที่ฉลาด รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลจึงเดินหน้าโครงการพร้อมเพย์ (PromptPay) เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการโอนเงินของคนไทยให้ได้รับความสะดวกง่ายดายและรวดเร็ว “พร้อมเพย์-PromptPay” คือ การผูกเลขบัตรประชาชนและเลขโทรศัพท์มือถือเข้ากับเลขบัญชีธนาคาร เพื่อทำธุรกรรมโอนเงินระหว่างบุคคลและกับรัฐบาลได้โดยตรง
“ขณะนี้จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้ PromptPay กับธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ รวมทั้งธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ ในส่วนของการรับเงินจากภาครัฐ เช่น เงินสวัสดิการ ก็จะสามารถรับเงินโดยการโอนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนไว้โดยตรง และที่สำคัญสามารถเปลี่ยนแปลงยกเลิกการผูกบัญชีได้โดยง่าย” นายอภิศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารออมสินเป็นเครื่องมือของรัฐที่จะเข้ามาช่วยสร้างความสมดุล เพื่ออุดช่องว่างการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนรายย่อย และประชาชนในชนบท รวมถึงการเข้าช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งจะต้องมีการปรับตัวเอาระบบดิจิทัล หรือฟินเทค มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร และลดต้นทุนการบริหารงาน รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายธนาคารออมสินทั่วโลก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2016 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. 2559 เพื่อขยายความร่วมมือการดำเนินธุรกิจธนาคารรายย่อยออกไปสู่ชุมชนในชนบท และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเพิ่มขอบข่ายของการทำธุรกรรมของ “แบงก์ดิจิทัล” เพื่อเปลี่ยนในยุคดิจิทัล หลังจากมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จึงสร้างหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกชุมชนทุกแห่งของประเทศให้มีความเท่าเทียมและเพียงพอต่อการให้บริการทางการเงิน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังย้ำถึงเป้าหมายของ The World Savings Banks Institute (WSBI) เพิ่มลูกค้าใหม่ให้ได้ 1,700 ล้านราย โดยเปิดบัญชีใหม่ 400 ล้านบัญชี ภายในปี 2563 การเน้นบริการลูกค้ารายย่อยผ่านการพัฒนาความคิด ความรู้ เพื่อให้บริการออนไลน์ได้ตลอดเวลา
นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้จัดการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินเป็นธนาคารออมสินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้า 27 ล้านบัญชี ยอดเงินฝาก 1.2 ล้านล้านบาท ดังนั้นออมสินจะต้องมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของธนาคารออมสินในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ทั้งด้านความรู้และเทคโนโลยี และยังคงรักษาบทบาทด้านการเงิน ออมเงิน การให้ความรู้ด้านการเงินกับประชาชน รวมถึงการให้ประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงเงินทุน
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะต้องปรับปรุงระบบและเทคโนโลยีให้เป็นธนาคารดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้ด้วย







