'พร้อมเพย์'ดันอี-คอมเมิร์ซคึกสร้างนักช็อปมือเติบซื้อ24ชม.
ผู้ประกอบการผลิตและ ร้านค้าต่างเห็นตรงกันว่า ผลจากที่รัฐบาลผลักดันให้เกิดการใช้อี-เพย์เมนต์ ระบบพร้อมเพย์เริ่ม 15 ก.ค.นี้ จะทำให้อี-คอมเมิร์ซโตเร็วขึ้นกว่าเดิม
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
จากนโยบาย ดิจิทัล อีโคโนมี ของภาครัฐที่เดินหน้าผลักดันระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบพร้อมเพย์) ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมเพย์วันที่ 15 ก.ค.นี้ สร้างความคึกคักให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าแฟชั่น ต่างปักธงลุยธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รองรับกับเงินที่จะสะพัดเพิ่มขึ้น
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม เปิดเผยว่า การผลักดันให้ประชาชนชำระเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจค้าปลีกอี-คอมเมิร์ซ มูลค่า 4 แสนล้านบาทขยายตัว จากปกติโต เฉลี่ยปีละ 20-25% โดยการเติบโตมาจากฐานลูกค้าใหม่ที่จะมีเพิ่มขึ้นในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งพบว่ามีคนจำนวนมากยังไม่ซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ นอกจากนี้พร้อมเพย์ยังเอื้อต่อการโอนเงินต่างธนาคาร โอนข้ามเขตไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
"การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดต่างจังหวัดยังคงต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี จึงจะเกิดการใช้งานกันอย่างแพร่หลายหรือทั่วประเทศ เพราะคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการชำระเงินสด สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นการใช้จ่ายผ่านบัตร และสร้างความรู้ความเข้าใจ ในระหว่างนี้คงต้องรอดูการเปิดตัวของพร้อมเพย์ 15 ก.ค.ว่าจะเกิดปัญหาหรือการใช้งานอย่างไรบ้าง" ภาวุธ กล่าว
ด้านกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การที่ประชาชนใช้ระบบการชำระเงินผ่าน ทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด ในแง่จิตวิทยามีผลในระยะสั้นทำให้ผู้บริโภคใช้เงินเพิ่มขึ้น เพราะการใช้เงินสดทำให้คนคิดเยอะ และมีความระมัดระวังการจับจ่าย แต่ในระยะยาวพฤติกรรมการใช้จ่ายก็จะกลับสู่ภาวะปกติเหมือนเช่นเคย
ทั้งนี้ หากประเทศไทยเกิดการใช้พรัอมเพย์เต็มตัว มองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ยังไม่มีบัตรเดบิตหรือยังไม่เคยช็อปปิ้งผ่านทางออนไลน์ โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัด และเชื่อว่าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยจะขยายตัวได้อีกมาก เพราะการช็อปปิ้งจะแพร่หลายจากการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความพร้อมในกลุ่มของธุรกิจค้าปลีกและผู้ให้บริการด้านอื่นๆ ในขณะนี้ ถือว่าเตรียมรับมือกับการชำระเงินหรือค่าบริการผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่องทางออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณเครื่องรูดบัตร เพิ่มจาก 4 แสนเครื่อง เป็น 1 ล้านเครื่องในสิ้นปีนี้ แบ่งเป็น เครื่องสำหรับผู้ให้บริการในกลุ่มค้าปลีก 75% อีก 25% เป็นกลุ่มธุรกิจอื่นๆ
ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า จากนี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้า พฤติกรรมการซื้อสินค้าจะเกิดขึ้นทันทีและแพร่หลายบนโทรศัพท์มือถือ ผลของการเกิดพร้อมเพย์และการเกิดของ 4จี ที่เกื้อหนุนกันทั้งระบบ โดยบริษัทได้เตรียมบริการโลจิสติกส์ บริการช็อปปิ้งบ็อกซ์อยู่ใต้คอนโดมิเนียม เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ บริษัทจะนำสินค้าไปไว้ที่ตู้บริการ เมื่อลูกค้ามารับสินค้า ก็สามารถใช้บาร์โค้ดได้ทันที ซึ่งเป็นบริการที่รองรับกับแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าที่ช็อปปิ้งผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้น
สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคแม้ช่วงที่ผ่านมา การซื้อของกินหรือของใช้ยังไม่ค่อยแพร่หลายสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ก็เป็นช่องทางที่มีศักยภาพในอนาคต บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า การเกิดของพร้อมเพย์จะผลักดันให้พฤติกรรมการช็อปปิ้งผ่านทางช่องทางออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจะเริ่มมีมากขึ้น จากเดิมกลุ่มผู้บริโภคจะซื้อแค่กลุ่มสกินแคร์และแฟชั่น ซึ่งสหพัฒน์มองว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ช่องทางออนไลน์จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทสัดส่วนเพิ่มเป็น 5% หรือกว่า 1,000 ล้านบาท จากที่ผ่านมารายได้น้อยมาก
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่น ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าสินค้าลักซ์ชัวรี่ กล่าวว่า แม้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคจะซื้อสินค้าแฟชั่นผ่านช่องทางออนไลน์อย่างแพร่หลายแล้ว แต่สำหรับแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ การเปิดช่องทางจำหน่ายออนไลน์ต้องเจรจากับบริษัทแม่ นอกจากนี้การทำตลาดผ่านทางออนไลน์จะต้องมีกลยุทธ์การตลาดที่สร้างความแตกต่างระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ อาทิ นำสินค้าที่เป็นลิมิเต็ดจำหน่ายทางเว็บไซต์ ซึ่งบริษัทก็สนใจทำเว็บไซต์แต่ต้องเจรจากับบริษัทแม่ก่อน
การเกิดของ "พร้อมเพย์" ระบบการโอนเงินง่ายได้สะดวกและรวดเร็ว จะยิ่งผลักดันให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว นั่นคือโอกาสและช่องทางสร้างรายได้มหาศาล เพราะออนไลน์เป็นโลกช็อปปิ้งที่ไร้ข้อจำกัด ช็อปได้ 24 ชั่วโมง ช็อปได้ทุกที่ ซึ่งจากนี้จะกลายเป็นสมรภูมิที่แข่งกันรุนแรงแน่







