
ปี 2559 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นไหม? (จบ)
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
เมื่อตอนที่แล้วเราได้คุยกันไปแล้วถึง “2559 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นไหม?” ในตอนแรก ซึ่งได้กล่าวถึง หนึ่ง เศรษฐกิจไทยเติบโตสูงที่สุดในรอบ 3 ปี สอง เศรษฐกิจไทย...โตด้วยปัจจัยอะไรบ้าง? และสาม มองเศรษฐกิจไทยผ่านทางสมการ GDP วันนี้...จะขอคุยต่อเลยนะครับ...
สี่ การส่งออกของไทย ยังดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
ช่วงนี้คุณผู้อ่านคงเคยได้ยินข่าวคราวเรื่องมูลค่าการส่งออกของไทยติดลบอยู่เป็นประจำ แล้วบางท่านก็อาจคิดต่อว่า “มันมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากไหม?” อันที่จริงแล้วความสำคัญของการส่งออก ที่มีสัดส่วนใน GDP ของประเทศไทยมีอยู่สูงมากที่ระดับ 75% ทีเดียว ถ้างั้นแปลว่า...ประเทศไทยจะแย่แล้วใช่ไหม? เพื่อให้คุณผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น ผมจึงอยากให้คุณผู้อ่านดูกราฟด้านล่างนี้สักหน่อยครับ
ในกราฟจะเห็นได้ว่าหากเปรียบเทียบการส่งออกในรูปของเงินสกุลเหรียญสหรัฐในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 นี้แล้ว ประเทศไทยจะมีอัตราการเจริญเติบโตของมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ -1.2% ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศหลายต่อหลายประเทศในกราฟแล้ว ประเทศไทยของเราจะเป็นรองก็แค่เพียงประเทศเวียดนามเท่านั้น ดังนั้นอัตราการเจริญเติบโตของมูลค่าการส่งออกของเราจึงไม่ได้ขี้เหร่เลยนะครับ และถ้าเศรษฐกิจโลกกลับมาดี...อัตราการส่งออกของไทยก็คงจะกลับมาเป็นบวกได้ค่อนข้างแน่
ห้า ภาคการธนาคารของไทยยังคงแข็งแกร่ง
คุณผู้อ่านหลายท่านคงทราบดีว่า วิธีง่ายๆ ที่จะดูสุขภาพของภาคการธนาคารของไทยก็คือ หนึ่ง หนี้เสีย สอง ระดับเงินกองทุน และสาม อัตราความพอเพียงของเงินทุน ซึ่งพอจะมีภาพให้คุณผู้อ่านได้พิจารณา ดังนี้ครับ
จากภาพ 1 เราจะเห็นภาพเงินกู้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของบรรดาธนาคารของไทย ซึ่งเคยสูงที่สุดหลังวิกฤตการณ์ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2541 (1998) กว่า 40% ก็ลดต่ำลงมาเรื่อยๆ จนล่าสุดในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา NPL ก็ได้ลดต่ำลงมามากจนเหลือเพียง 2.6% เท่านั้น
ภาพที่สอง คือ ส่วนของเงินกู้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net NPLs) ต่อยอดเงินปล่อยกู้ทั้งหมด ในเดือนเดียวกันก็มีอัตราส่วนที่ต่ำมากคือ เพียง 1.2% เท่านั้น
ภาพที่สามคือ อัตราส่วนความพอเพียงของเงินทุน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดอัตราส่วนตัวนี้ไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 8.5% และในปัจจุบันภาพรวมที่ออกมา ก็คือ บรรดาธนาคารต่างๆ ในประเทศไทยสามารถคงอัตราส่วนความพอเพียงของเงินทุนอยู่ในระดับสูงถึง 17.5% จึงอาจพูดได้อย่างง่ายๆ ว่า สุขภาพของภาคการธนาคารของไทยยังอยู่ในระดับที่แข็งแรงมาก
หก ระดับหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ
คุณผู้อ่านหลายท่านคงเคยรู้มาแบบง่ายๆ ว่า ระดับหนี้สาธารณะของไทยยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของขนาดเศรษฐกิจของไทย (GDP) เลย ซึ่งนั่นเป็นความเชื่อที่ถูกต้องแล้วครับ ในภาพด้านล่างจะทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
จากภาพสี่จะเห็นได้ว่า ระดับหนี้สาธารณะหลังสุดในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 44.1% ซึ่งหนี้สาธารณะในจำนวนนี้ได้รวมเอาหนี้ของรัฐบาลส่วนกลาง และหนี้ที่รัฐบาลได้เข้าไปมีส่วนรับผิดชอบเข้าไปด้วย แต่ถ้าหากพิจารณาหนี้ของรัฐบาลส่วนกลางเท่านั้น และเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ก็จะได้กราฟทางภาพด้านล่างนี้ครับ
ในภาพห้าจะเป็นข้อมูลในปี 2557 ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีระดับหนี้สาธารณะ (เฉพาะหนี้ของรัฐบาลส่วนกลาง) อยู่ในระดับที่ต่ำมากเพียง 32.6% เท่านั้น
ดังนั้น หากเม็ดเงินที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้อัดฉีดเข้าไปในระบบจำนวนมหาศาล เพื่อก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ของประเทศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับพื้นฐานของประเทศไทยที่อยู่ในสภาพที่แข็งแรงอยู่แล้ว
ปีนี้...2559 ก็น่าจะเป็นปีที่ “เศรษฐกิจไทยจะได้มีโอกาสพลิกฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง”







