posttoday

ห่วงธุรกิจดาวเทียมไทยแข่งขันยาก! จากนโยบายรัฐฉุดรั้ง-เพิ่มต้นทุน

29 มิถุนายน 2559

ประเด็นที่กำลังร้อนในวงการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คือปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอน ของนโยบายภาครัฐ ที่พยายามเรียกเก็บ “ค่าสัมปทาน”

ประเด็นที่กำลังร้อนในวงการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คือปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอน ของนโยบายภาครัฐ  ที่พยายามเรียกเก็บ “ค่าสัมปทาน”

ประเด็นที่กำลังร้อนในวงการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คือปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอน ของนโยบายภาครัฐ  ที่พยายามเรียกเก็บ “ค่าสัมปทาน” ดาวเทียมเพิ่มขึ้นจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

เรื่องนี้ถูกจุดประกายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา! โดย รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่กำกับดูแลกระทรวง ICT โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งยิงขึ้นเมื่อปี 2557 และ ไทยคม 8 เพิ่งยิงขึ้นไป เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา

ทั้งๆ ที่ดาวเทียมทั้งสองดวงนี้ ได้รับใบอนุญาต จาก กสทช. ตามกฎหมายไปแล้ว โดยมีเงื่อนไขให้ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5% ของรายได้ รวมถึงได้รับอนุญาตให้ใช้ “วงโคจร” จากกระทรวง ICT ตามหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน

หากไทยคม 7 และ ไทยคม 8 ต้องดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ ให้กลับเข้าสู่ระบบจ่ายค่า “สัมปทาน” นั่นหมายความว่า ไทยคมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกถึง 20% ของรายได้

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า แนวคิดนี้ “สวนทาง” กับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดาวเทียม ของทุกประเทศในโลกนี้หรือไม่? เพราะปัจจุบัน ทุกๆ ประเทศ ต่างหันมาสตาร์ทอัพ ส่งเสริมอุตสาหกรรมดาวเทียมสื่อสารของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เป็นหัวหอกสร้างรายได้เข้าประเทศ ในยุค “ดิจิทัล อีโคโนมี” แต่ค่าธรรมเนียมในธุรกิจดาวเทียมของไทยที่ผ่านมา กลับสูงกว่าคู่แข่ง ทั้งสิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย ฮ่องกง สหรัฐ ฯลฯ

ดังนั้น การเก็บค่าสัมปทานแพงลิ่ว จึงไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก สำหรับการแข่งขันในเชิงธุรกิจ!

นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม กล่าวว่า ในการพิจารณาและกำหนดนโยบาย และค่าธรรมเนียมของภาครัฐ ทางไทยคมอยากให้ภาครัฐ เห็นความสำคัญในเรื่องความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทยในระยะยาว อยากให้พิจารณาเทียบเคียงกับแนวทาง การกำกับดูแลและค่าธรรมเนียมของต่างประเทศ เพราะสภาพการแข่งขันในธุรกิจดาวเทียมทั่วโลกนั้นสูงมาก

“ถ้าดาวเทียมไทย มีต้นทุนที่สูงกว่าดาวเทียมต่างชาติ ก็จะแข่งขันได้ยาก ซึ่งในตอนนี้ เฉพาะค่าธรรมเนียมในอนุญาตของกสทช. ก็สูงกว่าค่าธรรมเนียมของต่างประเทศมากอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ หากภาครัฐต้องการจะมีเงื่อนไขหรือคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก ในส่วนของดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ก็ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคเอกชน ที่ได้รับอนุญาตและลงทุนดำเนินโครงการไปมากกว่าหมื่นล้านบาทแล้วด้วย

นี่คือเสียงสะท้อนและความเห็น! ไปถึงแนวทางกำกับกิจการดาวเทียมสื่อสาร ที่เป็นห่วงนโยบายของภาครัฐที่พยายามออกมา ว่าอาจส่งผลกระเทือนต่อ “ความเชื่อมั่นของภาคเอกชน” ไม่ใช่แค่ธุรกิจดาวเทียม แต่หมายรวมถึงการลงทุนภาครัฐในประเทศไทยทั้งหมดด้วย

 

ข่าวล่าสุด

วัน แบงค็อก ต้อนรับธนาคาร SMBC ย้ำภาพลักษณ์ศูนย์กลางธุรกิจชั้นนำระดับโลก