
ผู้ปกครอง (2)
ต่อเนื่องจากบทความครั้งก่อนเกี่ยวกับการเลือกที่ปรึกษาของผู้ปกครองที่จำเป็นจะต้องเลือกผู้ปรึกษาที่ดี มีปัญญา และพูดความจริง นอกจากนี้เมเคียเวลลีเองก็ได้กล่าวถึงการเลือกผู้ช่วยของผู้ปกครองด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับผู้บริหารองค์กร นอกจากจะมีที่ปรึกษาแล้ว การเลือกผู้ช่วย หรือลูกน้อง ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน
ต่อเนื่องจากบทความครั้งก่อนเกี่ยวกับการเลือกที่ปรึกษาของผู้ปกครองที่จำเป็นจะต้องเลือกผู้ปรึกษาที่ดี มีปัญญา และพูดความจริง นอกจากนี้เมเคียเวลลีเองก็ได้กล่าวถึงการเลือกผู้ช่วยของผู้ปกครองด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับผู้บริหารองค์กร นอกจากจะมีที่ปรึกษาแล้ว การเลือกผู้ช่วย หรือลูกน้อง ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน
เมเคียเวลลี กล่าวว่า สติปัญญาของผู้ปกครองสามารถคาดคะเนได้จากผู้ที่อยู่รอบตัวเขา เมื่อคนเหล่านั้นทำงานอย่างซื่อสัตย์ มีประสิทธิภาพ และวิธีการเลือกผู้ช่วยจะต้องพิจารณาว่าเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองมากกว่าประโยชน์ของผู้ปกครองหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นท่านจะไม่สามารถไว้ใจพวกเขาได้เลย อีกนัยหนึ่งผู้ปกครองควรจะรักษาผู้ช่วยที่ดีให้ผูกพันกับตัวท่านโดยการให้เกียรติ ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคั่ง แบ่งปันเกียรติยศและความมั่งคั่งให้กับคนเหล่านั้น จนทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่าขาดท่านไม่ได้ และทำให้เขาไม่อยากไปที่อื่นเพราะไม่อยากละเกียรติหรือความมั่นคงที่มีอยู่
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและประชาชนในรัฐ เหมือนกับฐานะของพ่อและลูก ถ้าหากพ่อต้องการความเป็นเอกภาพในครอบครัว และการเคารพเชื่อฟังจากลูกๆ แล้ว พ่อจะต้องไม่เมตตา ผ่อนปรน หรือใจดีเกินไป เพราะจะทำให้กฎระเบีบบหย่อนยาน ผู้ปกครองจะต้องคำนึงอยู่เสมอว่าความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือ การรักษารัฐให้คงอยู่
ผู้ปกครองย่อมต้องการทั้งความรักและความนับถือจากคนในบังคับ และสิ่งที่ต้องระวัง คือ การเป็นที่เกลียดชัง เพราะความเกลียดชังจะบั่นทอนพื้นฐานที่สนับสนุนอำนาจของตนเอง...การเป็นผู้นำองค์กรก็เช่นกัน
การศึกษางานเขียนของเมเคียเวลลีมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแนวคิดทางการเมือง ในหลายๆ แง่มุมสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารคน บริหารองค์กรได้เป็นอย่างดี ถึงแม้สถานการณ์แวดล้อมและบริบทในยุคสมัยนั้นกับสมัยนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก แต่ปรัชญาของเมเคียเวลลีก็ยังคงสามารถนำมาใช้ได้ในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปการตอบสนองด้านจิตใจและอารมณ์ของคนก็ยังคงอยู่
ตัวอย่างงานเขียนที่สามารถศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ เช่น Mandragola มีบทหนึ่งที่กล่าวว่า “…There are many things that at a distance seem terrible, unbearable, strange, yet when you get close to them they seem mild, bearable, normal; hence we say that fears are worse than evils themselves...”
ปรัชญาและประวัติศาสตร์มีไว้เพื่อเรียนรู้เพื่อที่จะสามารถเข้าใจแบบแผนต่างๆ ที่เกิดขึ้น สามารถวางแผนดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไม่ประมาท







