posttoday
กลต.รื้อเกณฑ์รับฟินเทค หนุนโบรกเกอร์ปรับโมเดลธุรกิจ

กลต.รื้อเกณฑ์รับฟินเทค หนุนโบรกเกอร์ปรับโมเดลธุรกิจ

27 มิถุนายน 2559

ฟินเทคเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ วงการตลาดทุนต่างเร่งปรับตัวรับมือกับพัฒนาการของไฟแนนเชียล เทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เองก็ต้องปรับเปลี่ยนการกำกับดูแล และการทำธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เช่น การขอใบอนุญาตต่อไปสามารถยื่นขอทำธุรกิจแต่ละประเภทได้นั่นหมายความว่า บล.ไม่จำเป็นต้องวางเงินทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ก่อนเหมือนปัจจุบัน

ฟินเทคเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ วงการตลาดทุนต่างเร่งปรับตัวรับมือกับพัฒนาการของไฟแนนเชียล เทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เองก็ต้องปรับเปลี่ยนการกำกับดูแล และการทำธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เช่น การขอใบอนุญาตต่อไปสามารถยื่นขอทำธุรกิจแต่ละประเภทได้นั่นหมายความว่า บล.ไม่จำเป็นต้องวางเงินทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ก่อนเหมือนปัจจุบัน

“ปะราลี สุคนธมาน” ผู้ช่วยเลขาธิการสายธุรกิจตัวกลางและตลาด สำนักงาน ก.ล.ต. ให้สัมภาษณ์ว่า ก.ล.ต.มีนโยบายสนับสนุนการเข้ามาของฟินเทค ทั้งกลุ่ม บล.รายเดิมและรายใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเหมือนกับหน่วยงานกำกับในต่างประเทศ แต่ประเด็นสำคัญ บล.ต้องมีการตื่นตัวปรับก้าวให้ทันการพัฒนาให้คิดทบทวนโมเดลธุรกิจว่าต้องการปรับเปลี่ยนอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและคำนึงถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันให้บริการทุกประเภท ในอนาคตอาจจะทำเฉพาะที่ถนัดหรือแข่งขันได้เท่านั้น

ฟินเทคมีประโยชน์มาก ประเด็นแรกทำให้นักลงทุนหมู่มากเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้นรวดเร็วมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่ต่ำ ประเด็นที่สองจะเป็นทางเลือกของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในการคิดโมเดลธุรกิจใหม่หรือเข้าไปเป็นพันธมิตรกับฟินเทคหรือสตาร์ทอัพ เพื่อกระจายจากแหล่งรายได้ใหม่ๆ นอกจากพึ่งพิงค่าคอมมิชชั่นเดิม

“ฟินเทคและกลุ่มสตาร์ทอัพมีผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อฟินเทคมีนวัตกรรมแล้ว ก.ล.ต.ต้องคิดนวัตกรรมรูปแบบการกำกับดูแลให้เกิดความสมดุลระหว่างฟินเทคกับการปกป้องคุ้มครองผู้ลงทุน ทำให้เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เราต้องออกมาจากคอมฟอร์ตโซนที่เคยอยู่ เพื่อเปลี่ยนแปลงการกำกับออกมานอกกรอบเดิมที่เคยทำ”

ยกตัวอย่างเกณฑ์การระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งเป็นรูปแบบหนึ่งของฟินเทค เดิมการระดมทุนต้องขออนุญาตจาก ก.ล.ต. แต่ปัจจุบันไม่ต้องขออนุญาตสามารถระดมทุนขายผ่านเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางได้เอง เป็นการลดต้นทุน แต่ในด้านการปกป้องคุ้มครองผู้ลงทุนก็ได้จำกัดวงเงินลงทุนได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อ 1 บริษัท และมูลค่าเงินลงทุนรวมไม่เกิน 5 แสนบาท/ปี

ในฝั่งบริษัทผู้ระดมทุนจากนักลงทุนรายบุคคลได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ในรอบ 12 เดือนแรก และวงเงินรวมไม่เกิน 40 ล้านบาท หน้าที่การกำกับดูแลทั้งหมดจะผลักภาระไปอยู่ที่เว็บไซต์ผู้ทำหน้าที่ตัวกลางการระดมทุน โดย ก.ล.ต.จะถอยบทบาทกำกับดูแลออกมา เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคกับทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. ช่วง 3 ปี (2559-2561) ส่วนหนึ่งต้องการเห็นบริษัทหลักทรัพย์ทั้งเก่าและใหม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีและปรับโมเดลในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาได้ โดยไม่มีอุปสรรคจากกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. แต่ต้องมีการปกป้องคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสม

ก.ล.ต.ได้ทำใน 3 ส่วน คือ ส่วนแรกได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อทำงานฟินเทค คอยติดตามเทคโนโลยีและพัฒนาในทุกๆ ด้าน ส่วนที่สองจัดงานฟินเทคฟอรั่ม โดยเชิญผู้รู้ในแต่ละหัวข้อมาบรรยายให้กับนักลงทุน โบรกเกอร์ และพนักงานของ ก.ล.ต.ให้ตามทันพัฒนาการของฟินเทค

ส่วนที่สามการแก้เกณฑ์ขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมตามประเภทรูปแบบธุรกิจ คือ Lisensing Landscape ประกอบด้วยทุนจดทะเบียน รวมถึงเกณฑ์ Lisensing Requirement ว่าผู้ที่มาขอไลเซนต์ต้องพิจารณาคุณสมบัติในเรื่องใดบ้าง เกณฑ์ Business Conduct Rule ภายในปี 2559 จะมีหลักการที่นิ่งจากนั้นเตรียมเปิดรับฟังความเห็น (เฮียริ่ง)

นอกจากนั้น ยังมีการทบทวนเกณฑ์การออกใบอนุญาตหรือไลเซนต์แยกให้มีความเหมาะสมในโมเดลธุรกิจแต่ละประเภทที่ยื่นขอเข้ามาคล้ายกับในต่างประเทศที่ทำไปแล้ว เกณฑ์ที่จะทบทวนออกมาใหม่จะมีทั้งที่เข้มงวดขึ้นหรือหย่อนลงขึ้นกับรูปแบบโมเดลการทำธุรกิจแต่ละประเภท บางโมเดลธุรกิจอาจไม่จำเป็นต้องใช้ฟูลไลเซนต์ เนื่องจากไม่ได้ทำเต็มรูปแบบ  บางโมเดลที่เป็นฟินเทคจะมีผลกระทบไม่ได้มีวงกว้างอาจทำรูปแบบการกำกับให้หย่อนลงจากเดิมได้ เปลี่ยนแปลงจากเกณฑ์ปัจจุบันที่มีใช้อยู่เป็นมาตรฐานเดียวกันคือภายใต้ใบอนุญาตเต็มรูปแบบเท่านั้น

แนวทางที่จะทำตัวอย่างเช่น ปัจจุบันกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ต้องนำมาวางไว้แต่วันแรกที่ขอไลเซนต์จะเริ่มทำธุรกิจเมื่อใดขึ้นกับบริษัทหรือแม้เริ่มเพียงบางธุรกิจก็ตามรูปแบบใหม่ ผู้ยื่นขอไลเซนต์สามารถแบ่งซอยชำระทุนในส่วนที่ต้องการทำ ซึ่งจะลดลงจากเดิมที่ 500 ล้านบาท และเสนอระบบธุรกิจที่ต้องการทำให้ ก.ล.ต.พิจารณาออกไลเซนต์และอนุญาตให้ทำธุรกิจ

“ก.ล.ต.สนับสนุนทั้งบริษัทหลักทรัพย์เดิมและเปิดโอกาสให้รายใหม่ที่ต้องการเข้ามาด้วย เพื่อให้โบรกเกอร์เก่ามีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจสามารถเปลี่ยนธุรกิจได้ง่ายขึ้น เช่น เดิมที่ทำนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่แข่งขันรุนแรงต้องการขายพอร์ตลูกค้าออกไปจะเน้นเฉพาะธุรกิจวาณิชธนกิจ (ไอบี) ก็วางทุนจดทะเบียนเฉพาะธุรกิจไอบีเป้าหมายคือการลดต้นทุน ใช้ทุนเท่าที่จำเป็นสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจต้องการทำไม่เป็นภาระของผู้ประกอบการ”

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของฟินเทคผู้ประกอบการต้องปรับตัวหากทำได้ช้ากว่าคู่แข่งอาจะเสียเปรียบ แต่จะเพิ่มจำนวนนักลงทุนหรือไม่ การสำรวจพฤติกรรมของนักลงทุนขณะนี้ยังไม่ชัดเจนแม้นักลงทุนที่เปิดบัญชีซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตก็เพื่อแบ่งพอร์ตกระจายความเสี่ยงด้วย

อย่างไรก็ดี ฟินเทคยังมีอีกหลายเรื่อง อาทิ Blockchain Technology มี Distribution ของ Data Base ทำให้คนมีความเชื่อมั่นในระบบนี้มีการตรวจสอบจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างในประเทศออสเตรเลียเริ่มนำมาใช้ในระบบซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ว จะเริ่มมีโปรแกรมใช้ในไม่กี่ปีข้างหน้าแต่ไทยยังไม่รู้จัก Blockchain Technology มากนัก สามารถนำมาใช้ได้ในหลายเรื่อง อาทิ ธุรกิจนายทะเบียน การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์อาจจะหาพันธมิตรเพื่อทำธุรกิจ

ล่าสุด ในต่างประเทศกำลังเริ่มเปิดรับฟังความเห็นทั้งในออสเตรเลีย อังกฤษ และสิงคโปร์ เกิดแนวคิด Sandbox หรือกระบะทราย เป็นแนวคิดใหม่ในการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ คือประกาศเปิดรับเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจฟินเทค สามารถทดลองทำหรือใช้นวัตกรรมทำธุรกิจฟินเทคได้เต็มที่ โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ต้องกลัวผิดกฎหมาย ทำธุรกิจภายใต้กรอบและเงื่อนเวลาที่กำหนด เช่น 3-6 เดือน จากนั้นจะมีการสรุปผล สามารถเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีต้นทุนจากการกำกับดูแล

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่กังวลภัยคุกคามจากไซเบอร์ (Cyber Risk) ต้องมีระบบดูแลรักษาความปลอดภัยให้เข้มแข็งด้วย สำหรับการกำกับดูแลหรือมาตรการลงโทษยังเป็นหลักการเดิม แม้จะมีฟินเทคนำเข้ามาใช้คือ ดูความพร้อมในด้านคน ระบบงาน ยึดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับแรก แต่อาจมีความแตกต่างกันตามแต่ละโมเดลธุรกิจของโบรกเกอร์จะมีระบบงาน ทรัพยากรและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น โบรกเกอร์ออนไลน์จะเน้นระบบความปลอดภัยในไอที หรือภัยคุกคามจากไซเบอร์ นอกจากการกำกับดูแลระบบงานปกติ

สำหรับภาพรวมของธุรกิจหลักทรัพย์ยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในด้านเงินกองทุน (NCR) หรือพฤติกรรม ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นมีเพียงบางรายที่ต้องเข้าไปดูแล ส่วนการ บล.หลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์ปรับโครงสร้างไปเป็นโฮลดิ้ง การกำกับดูแลยังเป็นมาตรฐานเดิมแต่จะมีประเด็นที่ต้องเพ่งเล็งเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะมีความเป็นห่วงในเรื่องการป้องกันประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเก็บรักษาความลับข้อมูลของลูกค้า

ปัจจุบันระบบมีผู้แนะนำการลงทุน (IC) ประมาณ 4 หมื่นคน ส่วนใหญ่อยู่ในธนาคารพาณิชย์อยู่ในโบรกเกอร์ประมาณ 6,000-7,000 คน สนับสนุนให้ยกระดับเป็นผู้แนะนำวางแผนการลงทุน (IP) ด้านการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากช่วง 3-4 ปีก่อนเฉลี่ยอยู่ประมาณ 15% ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 40% และโบรกเกอร์ลดการพึ่งพิงรายได้จากค่าคอมมิชชั่นเหลือประมาณ 74% คาดในอนาคตมีโอกาสที่จะลดลงต่อเนื่อง จากการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจกระจายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69