
จีน-ญี่ปุ่นนำเข้าฮาลาล
เอกชนเผยตลาดอาหารฮาลาลสดใส จีน-ญี่ปุ่น สนใจนำเข้าเพิ่ม คาดส่งออกกลุ่มอาหารปีนี้โต 2%
เอกชนเผยตลาดอาหารฮาลาลสดใส จีน-ญี่ปุ่น สนใจนำเข้าเพิ่ม คาดส่งออกกลุ่มอาหารปีนี้โต 2%
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอาหารฮาลาลมีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าภายใน 10-20 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากปัจจุบันมีอยู่ 1,500-1,700 ล้านคน โดยอยู่ในตลาดอาเซียน คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย
ถึง 30-40%
นอกจากนี้ สินค้าอาหารฮาลาลยังสามารถส่งออกขายได้ทั่วโลก ไม่เฉพาะแค่ในประเทศกลุ่มมุสลิมเท่านั่น เพราะเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของกระบวนการผลิตที่สะอาด จึงทำให้ปัจจุบันจีนและญี่ปุ่นเริ่มสนใจนำเข้าอาหารฮาลาลเพื่อไปจำหน่ายต่อแล้ว
“ตลาดอาหารฮาลาลเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย เพราะเป็นที่ใหญ่ มีมูลค่าตลาดมากถึง 6-8 ล้านล้านบาท/ปี ขณะที่ไทยส่งออกอาหารฮาลาลน้อยมาก คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.1% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาทางพัฒนาตลาดฮาลาล โดยหาพันธมิตรทางการค้า สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทยสู่ระดับสากล” นายวิศิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลรายใหญ่ของโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ส่วนในเอเชียมีผู้ส่งออกที่ต้องจับตาคือมาเลเซียและจีน
นายวิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า อาหารไทยเป็นที่นิยมของกลุ่มประเทศมุสลิม ได้แก่ ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป อาหารทะเลและแช่แข็ง อาหารทะเลแปรรูป ผักและผลไม้สดและกระป๋อง ซอสปรุงรสต่างๆ และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เป็นต้น โดยสินค้าที่น่าจับตามอง คือ ซีอิ๊วที่ทำจากช่อดอกมะพร้าว ซึ่งไม่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าในฟิลิปปินส์เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์และบริการฮาลาลก็เป็นอีกธุรกิจที่น่าจะเติบโตได้ดีเช่นกัน เช่น การขนส่งสินค้าโดยตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดสัญลักษณ์ฮาลาล ซึ่งพอไปถึงที่หมายก็ไม่ต้องมาตรวจทีละชิ้นอีกว่าเป็นสินค้าฮาลาลหรือไม่ ทำให้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ
สำหรับภาพรวมการส่งออกอาหารของไทยในปีนี้จะยังคงเป็นบวกได้อยู่ โดยคาดว่าน่าจะบวกอยู่ที่ 2% จากปีก่อนที่มีมูลค่ารวม 9.5 แสนล้านบาท







