
‘พร้อมพงศ์ ไชยกุล’ ลงทุนต้องรับความเสี่ยงล้อกับอายุ
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“พร้อมพงศ์ ไชยกุล” กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานการจัดการวัตถุดิบ) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT วัย 30 ปี เขาออกปากตั้งแต่แรกว่า เรื่องการลงทุนสำหรับเขายังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ได้ไม่นานมานี้ เพราะที่ผ่านมาไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่การเริ่มบริหารเงินก็น่าจะเริ่มจากการบริหารค่าใช้จ่ายในต่างประเทศให้เพียงพอ และเริ่มหารายได้จากการทำงานพิเศษเพื่อหารายได้เสริมและหาจากประสบการณ์ทำงาน โดยได้เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าจากการเสิร์ฟอาหารในร้านอาหาร
อย่างไรก็ดี สินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันจัดสรรเป็นการลงทุนหุ้นประมาณ 60-70% ส่วนใหญ่จะเป็นการถือหุ้นของบริษัท SMT ส่วนหนึ่งเพราะเป็นธุรกิจของครอบครัว และก็เห็นการเติบโต การเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่กำลังจะเติบโตในอนาคต อีกทั้งปกติไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะไปนั่งดูหรือศึกษารายละเอียดของหุ้นตัวอื่นมากนัก จะมีบ้างที่ซื้อหุ้นเก็บไว้ในพอร์ตอีกแค่ 2-3 ตัวเท่านั้น
หุ้นตัวอื่นที่ไม่ใช่ SMT นโยบายหลัก มีนโยบายที่จะถือในระยะสั้นหรือระยะกลางเท่านั้น โดยคำว่าระยะสั้นคือ ถ้าให้อัตราผลตอบแทนได้ 10-20% ก็พร้อมที่จะขายออกไป ส่วนระยะกลางในมุมมอง
ของเขาคือต้องสามารถถือได้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนไว้ประมาณ 20-30%
หุ้นที่เลือกส่วนใหญ่จะเน้นตัวที่มีพื้นฐานรองรับเป็นหลัก ส่วนใหญ่พิจารณาจากภาพเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นปัจจัยประกอบหลักเพราะเป็นสิ่งที่เราต้องติดตามอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาขาดไปคือ การจับจังหวะในการลงทุนให้ถูกต้อง ซึ่งเท่ากับต้องเรียนรู้ทางด้านเทคนิคประกอบด้วย และอยู่ในช่วงที่กำลังจะเริ่มศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง
นอกจากนั้น ก็มีลงทุนการในซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประมาณ 10% เพื่อไว้ลดหย่อนภาษี กองทุนที่เลือกส่วนใหญ่จะเน้นในกองที่มีสัดส่วนหุ้นมากกว่าฝั่งที่เป็นตราสารหนี้ เพราะยังเชื่อว่าสุดท้ายหุ้นน่าจะให้ผลตอบแทนมากกว่าตราสารหนี้
รวมทั้งมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 10% เป็นการให้เช่าที่เพราะจะสามารถสร้างรายได้และอัตราผลตอบแทนที่คงที่ได้ ส่วนสัดส่วนที่เหลืออีก 10% มีการลงทุนอื่นๆ เช่น การลงทุนโดยตรงทำธุรกิจด้วยการเปิดบริษัทอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวหรือ SMT แต่อย่างใด เกิดจากการลงทุนด้วยตัวเอง จะรู้สึกสนุกกว่า เพราะได้เริ่มการลงทุนเอง โดยเป็นการรวมหุ้นกันของพี่น้อง น่าจะเปิดบริษัทด้านครีเอทีฟ การออกแบบสร้างสรรค์ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือกันอยู่
“พร้อมพงศ์” กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าสิ่งที่จะลงทุนยังถือว่ามีระดับความเสี่ยง เนื่องจากเขามีอายุยังน้อยที่สามารถมีโอกาสและเรียนรู้เรื่องการลงทุนได้ เพื่อหาประสบการณ์ และสไตล์การลงทุนของตนเองที่ชัดเจน เรื่องสำคัญอยู่ที่การลงทุนจะต้องให้พอเหมาะ ล้อไปกับช่วงอายุ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพราะถ้าหากอายุมากขึ้นไปเรื่อยๆ พอร์ตการลงทุนในหุ้นก็ไม่ควรรับความเสี่ยงได้มากเท่ากับปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี เขาให้มุมมองทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะอายุขนาดไหนหรือขนาดพอร์ตหรือสินทรัพย์เท่าไร สิ่งสำคัญที่่สุด คือการรู้จักมีวินัยเรื่องการออม การบริหารการเงิน และการลงทุน







