posttoday
ภาษีที่ดินฯกับอาคารพาณิชยกรรม

ภาษีที่ดินฯกับอาคารพาณิชยกรรม

24 มิถุนายน 2559

บทความตอนที่แล้วดิฉันได้พูดถึงผลกระทบของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว แต่นอกจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องปรับตัวกับภาษีที่ดินฯ ตัวใหม่แล้วยังมีอีกกลุ่มที่ต้องปรับตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือผู้ประกอบการธุรกิจทั่วๆ ไปที่มีอาคารสิ่งปลูกสร้างเป็นสถานประกอบการ หรือประกอบกิจกรรมทางพาณิชยกรรมที่สร้างรายได้ในแต่ละปี

บทความตอนที่แล้วดิฉันได้พูดถึงผลกระทบของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว แต่นอกจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องปรับตัวกับภาษีที่ดินฯ ตัวใหม่แล้วยังมีอีกกลุ่มที่ต้องปรับตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือผู้ประกอบการธุรกิจทั่วๆ ไปที่มีอาคารสิ่งปลูกสร้างเป็นสถานประกอบการ หรือประกอบกิจกรรมทางพาณิชยกรรมที่สร้างรายได้ในแต่ละปี

การใช้ภาษีที่ดินฯ กับอาคารสถานประกอบการที่มีรายได้ที่แน่นอนนั้นถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนฐานคิดเรื่องภาษีจากเดิมไปเลยค่ะ เดิมเรามีการจัดเก็บภาษีกับอาคารประกอบกิจการพาณิชยกรรมต่างๆ อยู่แล้วในรูปของภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยฐานที่คิดภาษีนั้นมาจากค่ารายปีของทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ท้องที่จะประเมินค่ารายปีจากจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินตัวนั้นสมควรได้มาจากการปล่อยเช่าในแต่ละปี จากนั้นก็นำค่าเช่าหรือค่ารายปีที่ทางท้องที่ประเมินมาคิดภาษีในอัตรา 12.5% ต่อปี แต่พอเป็นภาษีที่ดินฯ มาบังคับใช้แทนนั้นฐานคิดก็เปลี่ยนไปจากเดิมเลย ทั้งนี้เนื่องจากภาษีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและใช้ฐานของราคาประเมินของทรัพย์สินเป็นเกณฑ์ของการคิดภาษีแทนที่ค่ารายปีที่ท้องที่ประเมินค่ะ ตรงนี้ย่อมทำให้ผู้ประกอบการหลายคนเกิดการหวาดหวั่นและกังวลอยู่ค่ะ

เนื่องจากว่าพอเป็นระบบใหม่แน่นอนว่าภาระด้านภาษีที่แต่เดิมคิดจากค่ารายปีหรือค่าเช่าที่พึงได้ที่ทางท้องที่คำนวณนั้นจะต้องเสียจากมูลค่าประเมินของทรัพย์สิน ทั้งนี้เนื่องจากสถานประกอบการหรือโรงงานหลายแห่งนั้นเป็น SMEs ที่คนรุ่นปัจจุบันนั้นรับช่วงสืบทอดต่อจากคนรุ่นก่อนๆ ค่ะ และหลายแห่งนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีราคาประเมินของที่ดินสูงขึ้นมาก ฉะนั้นแล้วภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับภาระภาษีของเดิมย่อมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกันหากสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากเขตใจกลางเมืองออกไปนั้นก็ย่อมเสียภาษีที่ดินฯ ในอัตราไม่สูงเท่าสถานประกอบการที่อยู่ใจกลางเมือง โรงงานขนาดใหญ่ที่มีรายได้สูงแต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ราคาประเมินที่ดินไม่สูงมากก็ย่อมได้ประโยชน์จากภาษีที่ดินฯ เช่นกันค่ะ

เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ที่มีสถานประกอบการบนพื้นที่ที่ราคาประเมินที่ดินสูงจะต้องทำความเข้าใจและปรับตัว แรกๆ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าภาษีสูงขึ้นกว่าเดิมเยอะมากแต่ก็ต้องทำความเข้าใจค่ะว่าภาษีที่สูงขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากการขึ้นภาษีตัวเดิม แต่เป็นการเปลี่ยนฐานคิดภาษีจากเดิมที่อิงฐานของรายได้ค่าเช่ามาเป็นมูลค่าประเมินของทรัพย์สินแทน

ดังนั้นแล้วจึงเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะต้องประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาษีที่ดินฯ นี้และมีการปรับตัวทางธุรกิจที่เหมาะสมต่อไปค่ะ

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง