posttoday
กนง.ตรึงดอกเบี้ย 1.5%

กนง.ตรึงดอกเบี้ย 1.5%

23 มิถุนายน 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4 /2559 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดย กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี 

การตัดสินใจคงดอกเบี้ยของ กนง.เป็นเพราะประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่อง ภาวะการเงินอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากอัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่อยู่ในระดับต่ำ การระดมทุนโดยรวมของภาคธุรกิจและสินเชื่อภาคครัวเรือนยังขยายตัวได้ แม้ธุรกิจบางกลุ่มยังมีข้อจำกัดในการได้รับสินเชื่อ

ทั้งนี้ กนง.เห็นว่ายังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search For Yield) จากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน และเห็นว่าการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) ยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในระยะต่อไป อาทิ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ผลการลงประชามติในสหราชอาณาจักร (Brexit) และความเสี่ยงในภาคการเงินจีน

“กนง.เห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง และพร้อมที่จะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ” จาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ กนง.กล่าว

นอกจากนี้ กนง.เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังของปีตามคาด โดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ในปีนี้จะอยู่ที่ 0.8% และในปี 2560 จะอยู่ที่ 1.1% เป็นผลมาจากความกังวลด้านภัยแล้งลดลงและราคาสินค้าเกษตรบางรายการเริ่มปรับดีขึ้น

แรงกดดันเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค.ที่ปรับเป็นบวกมากขึ้นจากราคาพลังงานและอาหารสดที่เร่งขึ้น และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เริ่มปรับสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่ง กนง.ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับสูงขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ตามคาด แต่การลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวในระดับต่ำและการส่งออกสินค้ายังคงหดตัวตามเศรษฐกิจเอเชียที่ชะลอลงมากกว่าคาด ในภาพรวมแรงส่งของอุปสงค์ในประเทศและการท่องเที่ยวช่วยชดเชยการส่งออกสินค้าที่ปรับลดลง ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่เท่ากับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน โดยความเสี่ยงด้านต่ำยังมีอยู่จากเศรษฐกิจคู่ค้าที่อาจขยายตัวต่ำกว่าคาด และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ยังเปราะบาง อย่างไรก็ดี ความกังวลด้านภัยแล้งลดลงและราคาสินค้าเกษตรบางรายการเริ่มปรับดีขึ้น

“ปัจจัยหลักที่เราคงดอกเบี้ยรอบนี้ไม่เกี่ยวกับ Brexit เพราะ กนง.พิจารณาจากจีดีพีและเงินเฟ้อเป็นหลัก” จาตุรงค์ กล่าว

เลขานุการ กนง. กล่าวต่อไปว่า การที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมานานเท่าที่ดู ระดับความเสี่ยงการนำเงินไปลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนสูงยังไม่เสี่ยงมากนัก แต่ทิศทางการนำเงินไปลงทุนเสี่ยงมีสูงขึ้น เพราะเริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น จากที่เคยลงเงินฝากมาก ก็จะโยกไปลงทุนกองทุน หรือ บอนด์ที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิตมากขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องเศรษฐกิจไทยติดกับดักสภาพคล่องหรือไม่นั้น มองว่าสินเชื่อยังขยายตัวได้ สิ่งที่ กนง.ห่วงน่าจะเป็นเรื่องภาวะสภาพคล่องในระยะยาวที่จะอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพการเงินมากกว่า

ส่วนผลกระทบกรณี Brexit กนง.ได้ประเมินไว้ทั้งสองแนวทาง ซึ่งเรื่องนี้น่าจะทำให้เกิดความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุน แต่ ธปท.ได้เตรียมมาตรการในการรับมือปัญหานี้เอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการ อย่างไรก็ดีผลกระทบเศรษฐกิจที่จะมีต่อตลาดเงินและค่าเงินบาทในระยะสั้นน่าจะมีน้อย เพราะจากการติดตามดูผู้ประกอบการได้มีการป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ค่อนข้างดี บวกกับ Brexit เป็นเรื่องที่มีกรอบเวลาชัดเจนในการลงมติ ทำให้ตลาดรับรู้ก่อน ไม่ใช่เกิดกะทันหันเหมือนกรณี เลห์แมน บราเธอร์ ที่ตลาดยังไม่ได้คาดคิด

“ผลกระทบระยะสั้นน่าจะน้อย แต่ถ้าเกิดอังกฤษออกจากอียูจริงๆ คงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่า เพราะจะมีผลต่อโครงสร้างการค้าโลก หรือการส่งออกมากขึ้นได้” เลขานุการ กนง.กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ