
กองทุนMFCไฮ-ดิวิเดนด์ปันผลปีกว่า90ล.
บลจ.เอ็มเอฟซีปลื้มผลงานกองทุน Hi-DIV เน้นลงทุนหุ้นปันผลในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังบริหารปีกว่าจ่ายเงินปันผลรวมกว่า 90 ล้านบาท
บลจ.เอ็มเอฟซีปลื้มผลงานกองทุน Hi-DIV เน้นลงทุนหุ้นปันผลในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังบริหารปีกว่าจ่ายเงินปันผลรวมกว่า 90 ล้านบาท
นายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี กล่าวว่า กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไฮ-ดิวิเดนด์ ฟันด์ หรือ Hi-Div ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการจ่ายเงินปันผลที่ดีและสม่ำเสมอมาตลอดอย่างน้อย 3 ปีย้อนหลัง หรือมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ประสบความสำเร็จในการบริหารกองทุนเป็นอย่างดี โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาปีกว่า กองทุนเปิด Hi-Div สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนไปแล้วรวมกว่า 90 ล้านบาท ซึ่งในปี 2553 ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนเปิด Hi-Div ได้รับเงินปันผลไปแล้ว 3 ครั้ง รวมหน่วยลงทุนละ 3 บาท โดยล่าสุดจ่ายปันผลหน่วยละ 1 บาท เมื่อต้นส.ค.2553
ขณะที่ปี 2552 ที่ผ่านมา ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับเงินปันผลไปแล้ว 3 ครั้ง รวมหน่วยลงทุนละ 3.88 บาท
นอกจากนี้ กองทุนเปิด Hi-Div ยังมีผลการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยสามารถชนะเกณฑ์มาตรฐานมาโดยตลอด ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ค.2553 กองทุนเปิด Hi-Div มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือนเท่ากับ 22.23% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานกองทุนเท่ากับ 12.09% ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน 6 เดือนเท่ากับ 36.50% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานกองทุนเท่ากับ 22.87% ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน 1 ปีเท่ากับ 66.57% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานกองทุนเท่ากับ 37.15% และผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเท่ากับ 119.44% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานกองทุนเท่ากับ 86.43% โดยปัจจุบันกองทุนเปิด Hi-Div มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนกว่า 95% โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาหารและเครื่องดื่ม ค้าปลีกและอิเล็คโทรนิกส์ เป็นต้น
นายศุภกร กล่าวต่อไปว่า นอกจากกองทุนเปิด Hi-Div จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีประวัติหรือศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลที่ดีแล้ว ผู้จัดการกองทุนยังได้คัดเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีในขณะที่ราคาของหุ้นได้ปรับตัวลดลงไปมากกว่ามูลค่าที่แท้จริง และหุ้นที่มีแนวโน้มของธุรกิจที่มีความมั่นคง มีความผันผวนต่ำเมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ กองทุนยังเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกองทุน และลดความเสี่ยงจากการลงทุนในกรณีที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง โดยสามารถลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน SET50 Index Futures ได้
ทั้งนี้กองทุนมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละครั้งในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้จากการลงทุนสุทธิบวก/หักกำไรหรือขาดทุนสุทธิ หรือจ่ายจากกำไรสะสม
ล่าสุด เอ็มเอฟซีได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนครั้งแรกเพียง 100 บาท และครั้งต่อไป 100 บาทเช่นกัน โดยซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ







