posttoday
กพท.นำร่องยึดไลเซนส์1แอร์ไลน์

กพท.นำร่องยึดไลเซนส์1แอร์ไลน์

22 มิถุนายน 2559

กพท.ยึดใบอนุญาต สายการบินแล้ว 1 แห่ง ส่งผู้เชี่ยวชาญ 33 คนปูพรมตรวจสายการบินใน 6 เดือน ครม.รับทราบเอียซ่าไม่ลดเกรดไทย

กพท.ยึดใบอนุญาต สายการบินแล้ว 1 แห่ง ส่งผู้เชี่ยวชาญ 33 คนปูพรมตรวจสายการบินใน 6 เดือน  ครม.รับทราบเอียซ่าไม่ลดเกรดไทย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ปรับแผน การทำงานเพื่อให้การตรวจสอบสายการบินต่างๆ และเริ่มกระบวนการออกใบรับรองผู้ดำเนินอากาศใหม่ (Re-Certification AOC) แล้วเสร็จภายในกำหนดเดือน ธ.ค.นี้ ขณะที่ กพท.จะระดมผู้เชี่ยวชาญ (Inspectors) เบื้องต้น 33 คนเข้าตรวจสอบสายการบินตามคู่มือใหม่ที่ผ่านการปรับปรุงจนได้มาตรฐานแล้ว ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของ กพท.ที่มีอยู่เดิม 6 คน ผู้เชี่ยวชาญที่จะจบหลักสูตรจากสิงคโปร์ 17 ราย และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท  CAAI International Limited (CAAI ) ของ สหราชอาณาจักรอีกประมาณ 10 คน

"ในอนาคตเราต้องสร้าง Inspector ที่เป็นของเราเองให้ได้อย่างน้อย 30 คน เพื่อให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสม กับสายการบินที่ประเทศไทยดูแลอยู่ ซึ่งต้องยอมรับว่าการหาผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่ เรื่องที่ง่ายเลย" นายอาคม กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสายการบิน ที่มีเที่ยวบินไปต่างประเทศที่ กพท.จะเข้าตรวจสอบเหลือเพียง 27 สายการบิน โดยล่าสุด กพท.ได้ยึดใบอนุญาตสายการบินไปแล้ว 1 สายการบิน ในขณะที่สายการบิน 7 แห่งที่ยื่นขอตรวจเข้ามา ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 จากทั้งหมด 5 ขั้นตอน คือ การยื่นเอกสารเพื่อขอรับการตรวจสอบจาก กพท.

"หากสายการบินที่ทำ การบินระหว่างประเทศถูกตรวจ และพบว่าไม่ผ่าน ก็มีสิทธิ ที่ กพท.จะไม่ออกใบรับรอง ผู้ดำเนินอากาศให้ แต่หลักการในทางปฏิบัติจะให้เวลาในการแก้ไขระยะหนึ่ง หากเป็นไปตามมาตรฐานก็จะออกใบ รับรองให้ เช่นเดียวกับในช่วงที่ผ่านมาที่ สายการบินบางสายบินเข้าญี่ปุ่นไม่ได้ จึงได้สั่งให้ไปแก้ไข และที่สุดแล้วก็บินเข้าญี่ปุ่นได้" นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวว่า การปรับปรุงคู่มือตรวจสอบมาตรฐานสายการบินจะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยเป็นระยะๆ และต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎหมายด้านการบิน ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งอนุกรรมการ 1 ชุด ทำหน้าที่ปรับปรุง พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 เพื่อให้สอดคล้องกับการแยกกรม การบินพลเรือน (บพ.) เป็น กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และ กพท. เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

นายอาคม กล่าวว่า หากการตรวจสอบการบินแล้วเสร็จ ประเทศไทยจะเชิญ ICAO เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน และหาก ICAO ปลดธงแดงประเทศไทย สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (เอฟเอเอ) ของสหรัฐ ก็ต้องปรับเพิ่มมาตรฐานของไทยจากประเภท 2 เป็นประเภท 1 หรือมีมาตรฐาน ส่วนสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (EASA หรือเอียซ่า) ได้เข้ามาตรวจสอบไทยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งประเทศไทยได้รายงานความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาด้านการบินอย่างต่อเนื่องว่าได้แก้ไขเรื่องใดไปแล้วบ้าง จึงยังไม่มีการปรับเปลี่ยนสถานะของไทยลงจากปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายอาคม ได้รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เอียซ่าได้เข้ามาประเมินผลการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินของไทย และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เอียซ่ารายงานมี 214 สายการบิน จาก 19 ประเทศ ที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน แต่ไม่มีชื่อประเทศไทย ซึ่งเป็นผลจากการ ที่ กพท.ทำงานร่วมกับเอียซ่า และเอียซ่า เชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่อง ทางด้านการบินที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยด้านการบิน (SSC) ของประเทศ

นายอาคม กล่าวว่า เอียซ่าส่ง ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยไทย 7 เรื่อง เช่น งานนิรภัยการบิน มาตรฐานการปฏิบัติการด้านการบิน งานสมควรเดินอากาศและวิศวกรรมการบิน การจดทะเบียนอากาศยานและใบอนุญาตประจำหน้าที่ มาตรฐานสนามบิน มาตรฐานการบริการเดินอากาศและมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านการบินพลเรือน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ