
แมจิก บ็อกซ์ เจาะตลาดเกมเมอร์อาเซียน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
พลเทพ เศรษฐีวรรณ คนรุ่นใหม่วัย 30 ปี ที่เริ่มต้นจับธุรกิจเทคโนโลยีสตาร์ทอัพเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุ 23 ปี ร่วมกับผู้ร่วมก่อตั้ง (โค-ฟาวเดอร์) ชาวญี่ปุ่น พัฒนาธุรกิจออนไลน์ กรุ๊ป เดทติ้ง ขึ้นภายใต้บริษัท Goopa Japan ที่ปัจจุบันได้ผันรูปแบบธุรกิจ (บิซิเนส โมเดล) มาสู่ผู้ให้บริการช่องทางการระดมเงินทุน (คราวด์ฟันดิ้ง แพลตฟอร์ม) สำหรับธุรกิจเกมที่ยังต่อยอดให้กับธุรกิจเกมบนโทรศัพท์มือถือ (โมบายเกม) ภายใต้บริษัท แมจิก บ็อกซ์ เอเชีย ผู้นำเข้าและพัฒนาเกมจากต่างประเทศสู่ตลาดไทยและอาเซียน
พลเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมจิก บ็อกซ์ เอเชีย เล่าว่า ได้ก่อตั้งบริษัทในรูปแบบเทค สตาร์ทอัพ เมื่อราวปี 2556 ด้วยมองเห็นโอกาสทางตลาดเกมบนมือถือในเมืองไทยในช่วง 2-3 ปีก่อน ที่ยังมีช่องว่างเกมอยู่ในด้านเนื้อหา หรือการแปลคอนเทนต์เกมที่เป็นภาษาไทย ขณะที่พฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่จะนิยมการเล่นโซเชียลเกมที่ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ในตลาดเกม คือ กลุ่มผู้เล่นในตลาดทั่วไป (แมส) และกลุ่มผู้เล่นเฉพาะ (นีช) ซึ่งกลุ่มหลังนี้ยังมองว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ด้วยมีการใช้จ่ายเพื่อการเล่นเกมเฉลี่ยตั้งแต่ 1,000-3,000 บาท/เดือน/เกม
จากจุดดังกล่าวบริษัทจึงได้พัฒนาโมบายเกมเพื่อทำตลาดครั้งแรก คือ Seed of Soul เกมลูกผสมระหว่างรูปแบบพัซเซิลและอาร์พีจี แต่เมื่อทำตลาดไปได้สักพักก็ได้รับคำแนะนำจากสองกูรูดิจิทัล สตาร์ทอัพ คือ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ Tarad.com และณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งอุ๊คบี ให้คำแนะนำการทำธุรกิจว่าควรเป็นผู้นำเข้าเกมจากต่างประเทศเพื่อเข้ามาทำตลาด ซึ่งจะให้ผลตอบแทนเชิงธุรกิจดีกว่า อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจในตลาดเกมด้วย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางธุรกิจมาถึงปัจจุบัน
โดยบริษัทเป็นผู้นำเข้าและให้บริการเกม เพื่อกระจายการทำตลาดทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียนรวม 4 เกมหลัก คือ 1.Fantatista Dolls, Dragon Ace, คุณทองแดง ฟรุตตี้ ครัช และล่าสุด Buster Blitz ซึ่งเป็นเกม Slingshot Battle ที่กำลังเป็นที่นิยมในหลายประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีฐานผู้เล่นเกมต่างๆ ภายใต้สิทธิการทำตลาดของบริษัทรวมกันทั่วภูมิภาคไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นรายแล้ว และมีรายได้จากเกมนำเข้าและการชำระเงิน เพื่อซื้อไอเท็มในเกมภายใต้สกุลเงินเอ็มบีคอยน์ (MB Coin) ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมารองรับกลุ่มเป้าหมายเกมของบริษัทที่มีอายุเฉลี่ย 13-35 ปี
พร้อมวางแผนพัฒนาธุรกิจครอบคลุม 3 ส่วนหลัก คือ 1.เป็นตัวแทนการทำตลาด (ดิสทริบิวเตอร์) เกม ในตลาดอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ในไทยจากปัจจุบันมี 5 ตลาดเกมหลักที่เติบโตสูงสุด คือ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย 2.เพย์เมนต์ ชาแนล คนกลางตัวแทนรับชำระเงินจากพันธมิตรธุรกิจบริการต่างๆ ในเกม เช่น ผู้ให้บริการมือถือรายต่างๆ และสุดท้าย 3.รีวอร์ด แพลตฟอร์ม ที่จะร่วมกับผู้ให้บริการค้าปลีก ธุรกิจบริการ การเงิน ฯลฯ เพื่อให้ผู้เล่นเกมสามารถสะสมคะแนนในเกม เพื่อนำมาแลกเป็นของรางวัลต่างๆ ได้จริง คาดแผนดังกล่าวชัดเจนภายใน 4 เดือนนับจากนี้
พลเทพ ยังวางเป้าหมายเปิดตัว 5 เกมใหม่/ปี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเกมในไทยที่มีมูลค่ากว่า 335 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 30% ต่อปี โดยเฉพาะเกมบนมือถือที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% เติบโตกว่า 30% เช่นกัน โดยปีหน้าคาดจะมีฐานผู้เล่นเกมอาเซียนไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านราย โดยแต่ละปีบริษัทมีอัตราการเติบโตธุรกิจไม่ต่ำกว่า 30-50% ทีเดียว







