
แบงก์โอดยอดแอลซีเริ่มหด
กรุงไทย ชี้อี-คอมเมิร์ซมาแรง แนวโน้มแบงก์ออกแอลซีให้ลูกค้าหดตัวต่อเนื่อง จากที่เคยโต 27% ลดเหลือ 17% ต่อปี คาดอีก 5 ปีโตไม่เกิน 10%
กรุงไทย ชี้อี-คอมเมิร์ซมาแรง แนวโน้มแบงก์ออกแอลซีให้ลูกค้าหดตัวต่อเนื่อง จากที่เคยโต 27% ลดเหลือ 17% ต่อปี คาดอีก 5 ปีโตไม่เกิน 10%
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า รูปแบบการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันทำให้ลูกค้ามาทำหนังสือค้ำประกันการนำเข้าและส่งออก (แอลซี) กับธนาคารหดตัวต่อเนื่อง เมื่อ 5 ปีก่อนโตประมาณ 27-28% ต่อปี ปัจจุบันลดลงมาเหลือประมาณ 15-17% คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าธุรกิจนี้จะสามารถเติบโตได้ไม่เกิน 10% เนื่องจากแนวโน้มการค้าในขณะนี้หันไปทำในรูปแบบของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น
“อี-คอมเมิร์ซ สามารถเลือกทำประกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับสินค้าได้เอง ตามระบบการค้าออนไลน์ทำให้ลูกค้าไม่ต้องการจ่ายค่าธรรมเนียมในการทำแอลซี ที่เป็นรูปแบบการค้าแบบเดิมๆ” นายทรงพล กล่าว
ยกตัวอย่างเช่น การเป็นผู้ประกอบการที่เข้าจดทะเบียนขายสินค้าบนเว็บไซต์ของอาลีบาบาก็จะได้ประกันความเสี่ยงกรณีที่อาจไม่ได้รับเงินหรือไม่ได้รับสินค้าอัตโนมัติ โดยผู้ซื้อจ่ายเงินไปเงินจะไปพักอยู่กับอาลีบาบาก่อนจนกว่าลูกค้าจะยืนยันว่าได้รับสินค้าตามคุณภาพที่ต้องการ ผู้ขายค่อยจะได้รับเงิน หรือการซื้อสินค้ากับอาลีบาบาก็จะมีการประกันความเสี่ยงในการจะได้รับสินค้าด้วย โดยอาจจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 1-2% เป็นต้น
“ภาพเช่นนี้ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมของแบงก์ที่เคยได้จากการทำแอลซีก็ลดลงด้วย แต่ลดลงไม่มาก เพราะลูกค้าอี-คอมเมิร์ซก็จะมาใช้บริการการดูแลความเสี่ยงในรูปแบบอื่น รวมไปถึงการให้สินเชื่อการค้า (เทรดไฟแนนซ์) แทน ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมส่วนนี้กลับมาทดแทนรายได้ที่หายไปจากแอลซีได้” นายทรงพล กล่าว
นายทรงพล กล่าวว่า การร่วมมือกับอาลีบาบากรุ๊ป ผ่านบริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ หรือเอเจดี เพื่อให้บริการรับสมัครสมาชิกโกลซับไพร์ (Gold Supplier) แบบวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผู้ผลิตและผู้ส่งออกทำธุรกิจผ่าน Digital Platform ของ Alibaba.com ในลักษณะการค้าอี-คอมเมิร์ซแบบธุรกิจต่อธุรกิจ เพื่อหนุนให้เอสเอ็มอีไทยไปขายสินค้าในเว็บไซต์อาลีบาบาได้นั้น ช่วยให้ธนาคารได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในรูปแบบเดิมๆ ที่ธนาคารปล่อยกู้ในส่วนนี้ได้บ้าง แต่ไม่ชัดว่าเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซชัดเจนหรือไม่ รวมถึงทำให้ลูกค้าธนาคารขยายธุรกิจได้ความต้องการสินเชื่อการค้าเพื่อไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น ตามยอดขายเพราะธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เร็วขึ้น เนื่องจากการเข้าไปลงทะเบียนขายสินค้าในอาลีบาบาได้ ถือเป็นการการันตีระดับหนึ่งว่าลูกค้ามีศักยภาพ อย่างไรก็ดีต้องดูยอดขายและรายละเอียดด้านอื่นประกอบด้วย
นายอมร มีมะโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ ( AJD) เป็นตัวแทนผู้ให้บริการของเว็บไซต์อาลีบาบา (Alibaba.com) ในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทและบริษัท อะลีบาบา กรุ๊ป ได้ร่วมลงนามข้อตกลงกับธนาคารกรุงไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ขยายช่องทางธุรกิจด้านอี-คอมเมิร์ซ อาทิ ให้การอบรมวิธีการใช้งาน ให้คำแนะนำ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกอาลีบาบาในประเทศไทยนำสินค้าไทยไปขายบนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างยอดขายสินค้าได้มากขึ้น
ทั้งนี้ เว็บไซต์ alibaba.com เป็นสื่อกลางออนไลน์ ที่มีสัดส่วนในตลาดสูงสุดของผู้ใช้บริการดังกล่าวในประเทศจีน มีจำนวนสมาชิกกว่า 100 ล้านราย ใน 240 ประเทศทั่วโลก
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจะนำสินค้าไปขายแบบลงทะเบียนและมีพื้นที่ที่ดีในการวางสินค้าบนเว็บไซต์ต้องเสียค่าลงทะเบียนสมาชิกเริ่มตั้งแต่ 5 หมื่น-2.5 แสนบาท/ปี โดยลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทย







