
‘วิรัช มรกตกาล’ ไอบีมืออาชีพ ลงทุนหวังผล4-5%ต่อปี
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
“วิรัช มรกตกาล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เล่าถึงหลักการบริหารเงินลงทุนหรือการออมเงินส่วนตัว จะดูอายุของตัวเองให้เหมาะสมกับความต้องการใช้เงิน เช่น พอร์ตลงทุนของผู้ที่มีอายุยังน้อยควรลงทุนหุ้นสัดส่วนที่สูงได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็ควรลดการลงทุนในหุ้นลงเพราะต้องการความมั่นคงมากขึ้น และสามารถรับความเสี่ยงได้น้อยลง รวมถึงพิจารณาภาระค่าใช้จ่ายด้วยหากมีจำนวนมากอาจลงทุนในหุ้นได้ในสัดส่วนที่ไม่สูงมาก
จุดเริ่มต้นในการลงทุนในหุ้น เริ่มพร้อมกับชีวิตการทำงานในปี 2536-2537 ซึ่งเป็นปีที่หุ้นซื้อขายบนอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ระดับ 100 เท่า แม้ยังไม่มีประสบการณ์การลงทุนแต่เงินออมเกือบทั้งหมดอยู่ในหุ้น ตอนนั้นยังไม่มีทางเลือกอื่นๆ ให้ลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้หรือกองทุนรวม มีเพียงเงินฝากกับหุ้นเท่านั้น
ผมจัดสรรเงินลงทุนให้เหมาะสมกับอายุในปัจจุบัน 40 ปี โดยลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นมีทั้งกองหุ้น กองดัชนี SET50 SET100 กองหุ้นเติบโต และกองหุ้นปันผลสูง หลักการลงทุนเป็นการซื้อสม่ำเสมอตามสัดส่วนที่เห็นว่าเหมาะสม ปัจจุบันลงทุนในกองทุนหุ้นประมาณ 10-20% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด ส่วนกองทุนตราสารหนี้เป็นสัดส่วนหลักประมาณ 50-60% และส่วนตัวยังชอบลงทุนในกองทุนทองคำด้วยราว 10% แต่การลงทุนในทองคำจะทำผ่านกองทุนรวมระยะยาวอย่างสม่ำเสมอแม้ราคาทองคำในตลาดจะลดลงก็ตาม เพราะคิดว่าราคาในอนาคตยังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้ และกว่าจะมีความจำเป็นต้องใช้เงินยังเป็นเวลาอีกนานระดับ 10 ปี ส่วนที่เหลือจะออมอยู่ในเงินฝากออมทรัพย์ประมาณ 10-20% แต่ไม่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
“เป้าหมายผลตอบแทนของพอร์ต ผมคาดหวังว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4-5% ต่อปี เพื่อต้องการนำเงินออกมาใช้อย่างเร็วที่สุดตอนอายุ 55 ปี”
ผมทำงานอยู่ในสายงานด้านวาณิชธนกิจหรือไอบี มีโอกาสที่จะล่วงรู้ข้อมูลของดีลต่างๆ มากกว่าคนทั่วไป จึงต้องมีความระมัดระวังการใช้ข้อมูลภายในอย่างมาก ทำให้ปัจจุบันไม่ได้มีการซื้อหุ้นเพิ่ม เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งในอนาคตอาจมีโอกาสเข้าไปทำดีลที่เกี่ยวข้องกับหุ้นตัวนั้น เช่นกรณีหุ้นที่ถือลงทุนอยู่เข้ามาเป็นลูกค้าให้ธนาคารเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หรืออาจเป็นเป้าหมายของลูกค้าธนาคารที่จะเข้าซื้อ ขณะที่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ว่าใครก็ตามไม่สามารถจะใช้ประโยชน์จากการล่วงรู้ข้อมูลที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยกับสาธารณะได้ ดังนั้นจึงควรมีแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้รวมถึงส่วนตัวยังย้ำแนวคิดกับทีมงานไอบีด้วย
วิรัช เล่าต่อว่า ช่วงแรกๆ ของชีวิตการทำงานมีภาระการผ่อนรถยนต์และผ่อนบ้านถึงปัจจุบันภาระส่วนนี้หายไปแล้ว แต่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลเลี้ยงดูและการศึกษาของลูกเข้ามาแทน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่พิจารณาแล้วว่าสัดส่วนการลงทุนในหุ้นขณะนี้เหมาะสมแล้ว แต่หากในอนาคตหมดภาระค่าใช้จ่ายของลูกไปแล้ว ก็มีโอกาสจะขยับเพิ่มการลงทุนกองทุนรวมหุ้นมากขึ้นได้
“ผมเริ่มทำงานปีแรกมีทางเลือกแค่เงินฝากกับการลงทุนในหุ้น มาถึงตอนนี้มีทางเลือกหรือเครื่องมือสำหรับการลงทุนจำนวนมากขึ้น หากวันนี้ผมต้องเริ่มลงทุนหรือออมเงินใหม่ ผมคงไม่ได้เริ่มแค่ที่หุ้นกับเงินฝาก เพราะตอนนี้มีกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย หรือเป็นกองทุนผสมลงทุนทั้งทองคำกับพันธบัตรให้ผลตอบในรูปแบบเงินปันผลด้วย ให้เราเลือกกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้ อดีตถ้าอยากลงทุนในทองคำต้องซื้อทองเป็นเส้น ซึ่งระหว่างทางที่ถือไม่ได้รับผลตอบแทน ตอนนี้มีโอกาสในการลงทุนมาก ดังนั้นคนทั่วไปควรจะลงทุนหรือออมเงินไว้” วิรัช กล่าวทิ้งท้าย







