posttoday
นายกฯห่วงบาทแข็งฉุดศก.

นายกฯห่วงบาทแข็งฉุดศก.

11 สิงหาคม 2553

 

สั่งธปท.ดูแลไม่ให้ผันผวนหนักเสนอจ่ายค่าเรือเป็นเงินดอลล์

โพสต์ทูเดย์ — นายกฯ สั่งเกาะติดเงินบาทแข็งค่า เน้นดูแลไม่ให้ผันผวน ธปท.ชี้ยังกระทบน้อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทางการได้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมา โดยจะดูแลไม่ให้เกิดการผันผวนมากเกินไป แต่จะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังจากค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น ซึ่งในขณะนี้ได้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด

“เราไม่มีนโยบายแทรกแซงเรื่องระดับ เรามีนโยบายแค่ไม่ให้ผันผวนเกินไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

การแข็งค่าของเงินบาทเกิดขึ้นจากเศรษฐกิจของประเทศฝั่งตะวันตกยังมีปัญหาอยู่ แต่ในขณะนี้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก อีกทั้งจากการติดตามสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าก็ไม่ได้ส่งผลต่อการส่งออกแต่อย่างใด

สำหรับสถานการณ์เงินบาทช่วงปิดตลาดเย็นวันที่ 11 ส.ค.แข็งค่าอยู่ที่ 31.35/97 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 2 ปี 2 เดือน

นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทที่ปรับแข็งขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไม่มากนัก และมั่นใจว่าการแข็งค่าขึ้นจะไม่ส่งผลให้การขยายตัวของภาคการส่งออกหดตัวลง เนื่องจากภาคการส่งออกได้รับปัจจัยดีสนับสนุนให้ขยายตัวได้มาก กว่าในครึ่งปีแรก

“ขณะที่เศรษฐกิจเอเชียก็ขยายตัวได้ดีขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีผลให้เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างทางภาคอุตสาห กรรมหลักด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น นักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมหลักๆ ก็เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นด้วย ทำให้การขยายตัวของส่งออกน่าจะมีแนวโน้มทั้งปีดีขึ้นได้ ไม่น่ามีปัญหาจากค่าเงิน เพราะสกุลเงินของเพื่อนบ้านเราก็แข็งขึ้นเช่นกัน” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ธปท.ได้ส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการภาคส่งออกรับรู้ล่วงหน้า และได้เตรียมการรับมือกับค่าเงินบาทไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในระดับ 31.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ กระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยที่มีต้นทุนค่าเงินเพิ่มขึ้น 35% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เพราะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศ และเมื่อส่งออกจะได้รับเงินเป็นเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อแลกเป็นเงินบาทก็ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก จึงอยากให้ ธปท. ช่วยดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่ามากเกินไป

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกกำลังทำหนังสือยื่นต่อผู้ว่าการ ธปท. เพื่อให้เร่งแก้ปัญหาการจ่ายค่าระวางสินค้าทางเรือ ให้สามารถจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศได้ทันทีจากที่ชำระเป็นเงินบาท

“ขณะนี้ผู้ส่งออกมีต้นทุนด้านอัตราแลกเปลี่ยนถึง 2 ต่อคิดเป็นเงินประมาณ 1,250 เหรียญสหรัฐต่อตู้คอนเทนเนอร์ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี จากการส่งออก สินค้าปีละ 4 ล้านตู้คอนเทนเนอร์” นายไพบูลย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก