
'สมคิด'ลุย ถก27สถาบัน หนุนอุตฯ4.0
“สมคิด” ถก 27 มหาวิทยาลัย ดึงงานวิจัยหนุนอุตสาหกรรมยุคไทยแลนด์ 4.0 เร่งวางโรดแมปงานวิจัยให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของประเทศและธุรกิจ
“สมคิด” ถก 27 มหาวิทยาลัย ดึงงานวิจัยหนุนอุตสาหกรรมยุคไทยแลนด์ 4.0 เร่งวางโรดแมปงานวิจัยให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการของประเทศและธุรกิจ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะทำงานด้านการวิจัย ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เรื่อง “ก้าวสู่ Thailand 4.0 ด้วยการสร้างนวัตกรรม” ว่า ได้มีการหารือกับรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่ดูแลงานด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ในมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวน 27 แห่ง โดยได้ขอให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มาทำงานร่วมกับรัฐบาลและภาคเอกชนในการเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามแนวนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่มีการแบ่งกลุ่มการพัฒนาอุตสาหกรรม เป้าหมายออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ การ เกษตร สุขภาพ เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไฮเทค เศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมครีเอทีฟสร้างสรรค์
“ทั้ง 5 คลัสเตอร์ ต้องใช้องค์ความรู้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษามาพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น” นายสมคิด กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวนโยบายประเทศไทย 4.0 รัฐบาลต้องการให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีส่วนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจแต่ละคลัสเตอร์ ซึ่งได้มีการสะท้อนปัญหาด้านต่างๆ ในการวิจัยและพัฒนาของประเทศ เช่น อุปสรรคที่เกิดจากกฎหมายที่ไม่ทันสมัย ซึ่งตนได้ย้ำว่ารัฐบาลดำเนินการแก้ไขแล้ว
สำหรับปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนานั้น ตนจะเดินสายไปพบกับอธิการบดีตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อหารือถึงแนวทางสร้างบุคลากรมารองรับการพัฒนาการวิจัยของประเทศ พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปดูแลเรื่องจัดโครงสร้างงบ และงานวิจัยของประเทศให้มีความเหมาะสม โดยเพิ่มขึ้นได้หากมีความจำเป็น แต่งานวิจัยต้องสอดคล้องกับความต้องการเชิงพาณิชย์ เช่น เรื่องของอาหาร ที่มีการทำโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารต่อไป ต้องมองเรื่องขยายผลไปมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลา
นอกจากนี้ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยจะต้องสามารถตอบโจทย์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกได้ เช่น ปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อน สังคมผู้สูงอายุ ถือเป็นการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาสำคัญ และสามารถเตรียมความพร้อมรองรับความต้องการในอนาคต







