posttoday
เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังวืดหมื่นล้านที่ขอรัฐช่วยอุ้ม

เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังวืดหมื่นล้านที่ขอรัฐช่วยอุ้ม

16 มิถุนายน 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

การแก้ไขปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นหลังจากที่ศาลล้มละลายเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา  โดยมีเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ 18,827 ราย คิดเป็นภาระหนี้รวม 17,555.94 ล้านบาท

ทั้งนี้ สาระสำคัญในแผนฟื้นฟูได้แบ่งกลุ่มเจ้าหนี้ออกเป็น 12 กลุ่ม โดยเจ้าหนี้ที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 1 หมื่นบาท จะได้รับชำระหนี้คืน 100% ภายในเดือน มิ.ย.นี้ จำนวน 1.3 หมื่นราย เป็นมูลหนี้ประมาณ 19 ล้านบาท

สำหรับเจ้าหนี้รายใหญ่ คือ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันหลักเป็นตึกยูทาวเวอร์จะได้รับชำระหนี้ 1,539 ล้านบาท (เงินต้น 1,431 ล้านบาท ดอกเบี้ย 108.27 ล้านบาท) ทุกเดือน พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 3% ต่อปี

ต่อมาคือชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย (ชสค.) เป็นเจ้าหนี้วงเงิน 34 ล้านบาท เงื่อนไขทยอยชำระ 5 ปี ปีละ 2 ครั้งไม่มีดอกเบี้ย

ส่วนเจ้าหนี้กลุ่มที่จะได้รับชำระหนี้คืนเป็นเวลานานที่สุด มีจำนวนทั้งสิ้น 5,534 ราย ยอดหนี้รวม 15,963 ล้านบาท ทุกรายจะได้รับการชำระหนี้ครบ 100% ภายใน 26 ปี โดยเริ่มต้นจ่ายชำระหนี้คืน ในปี 2559 ทั้งนี้สัดส่วนการจ่ายหนี้คืนตามแผนฟื้นฟู ช่วงปีที่ 1-8 จะทยอยจ่ายหนี้คืนในสัดส่วน 7-8%

ภายใต้แผนฟื้นฟูในปี 2559 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จะมีรายรับ 462.40 ล้านบาท เป็นเงินจากการรับเงินคืนจากวัดพระธรรมกาย 584 ล้านบาท จากบริษัท ช้างแก้วการเกษตร  อีก 5 ล้านบาท และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ได้รับเงินมัดจำจากบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้ทยอยจ่ายคืนเจ้าหนี้รายย่อยแล้ว

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารยังรอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวน 1 หมื่นล้านบาท ที่ขอไป แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดอนุมัติความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงการคลัง ทำให้การดำเนินการฟื้นฟูตามแผนทำได้ไม่เต็มที่ และจะทำให้แผนประมาณการรายได้ผิดไปจากประมาณการเดิม ที่คิดว่าจะได้มีเงินก้อนใหม่เข้ามาปล่อยกู้เพื่อให้ได้รับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในอัตรา 4.5% ต่อปี และประมาณการเงินจากการติดตามทรัพย์หรือบังคับคดี (ปี 2559-2565) อีกจำนวน 4,192 ล้านบาท ทั้งนี้จะได้รับคืนในปี 2560 จำนวน 462.40 ล้านบาท ปี 2561 จำนวน 750 ล้านบาท ปี 2562 จำนวน 680 ล้านบาท ถัดมาอีก 3 ปี ปีละ 600 และ 500 ล้านบาทตามลำดับ

รายได้ส่วนนี้ยังไม่มีเข้ามาแน่นอนเพราะรัฐบาลยังไม่ให้เงิน แต่รายได้จากส่วนอื่นที่ผู้บริหารแผนฟื้นฟูได้ทำไว้คือคาดว่าจะมีรายได้ค่าเช่าตั้งแต่ปี 2559 จากรายได้ค่าเช่าทรัพย์สินรอขาย (บ้านเอื้ออาทร) ปัจจุบันได้รับค่าเช่า 3.33 ล้านบาท โดยสมมติฐานการปรับค่าเช่าขึ้นในอัตรา 10% ทุก 3 ปี รายได้ค่าเช่าตึกร่มเกล้าคาดว่าจะได้รับค่าเช่า 18 ล้านบาท/ปี จะปรับค่าเช่าขึ้น 10% ทุก 3 ปี ที่ดินแพรกษาคาดว่าจะได้รับค่าเช่าปีละ 2.2 ล้านบาท และจะปรับค่าเช่าขึ้นในอัตรา 10% ทุก 3 ปี สำนักงาน โกดังและศูนย์ประชุมตึกยูทาวเวอร์คาดว่าจะได้รับค่าเช่า 45 ล้านบาท และจะปรับค่าเช่าขึ้น อัตรา 10% ทุก 3 ปี

นอกจากนี้ ยังมีเงินปันผลจากเงินลงทุนในองค์กรอื่น เช่น หุ้นใน ชสค.จำนวน 340,860 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 34.09 ล้านบาท อัตราผลตอบแทน 4% ต่อปี หุ้นบริษัท สหประกันชีวิต 30 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท แม้บริษัทดังกล่าวมีขาดทุนสะสมแต่คาดว่าจะตัดขาดทุนสะสมภายใน 3ปี

ต่อมาเป็นรายได้อื่น อาทิ ดอกเบี้ยเงินฝากจากสหกรณ์อื่น ค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงรายได้จากการขายที่ดินที่ยึดได้จากคดีฉ้อโกงของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร 704 แปลง ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และที่ดินอีก 3 แปลงที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี คาดว่าน่าจะขายได้ราคาเกิน 200 ล้านบาท จากราคาประเมินที่ดินใหม่

อย่างไรก็ดี เมื่อไม่เป็นไปตามแผนฟื้นฟู สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือผลกระทบที่จะตามมา คือการไม่มีเงินเพียงพอที่จะชำระคืนเจ้าหนี้ที่ได้คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงนี้เริ่มมีกระแสว่า สหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งที่เป็นเจ้าหนี้ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จะเริ่มขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจะจ่ายให้กับสมาชิกที่มาถอนเงิน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องข้อเท็จจริงผสมการเมือง

ข้อเท็จจริงคือ มีความเสี่ยงที่แผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายจริง เนื่องจากมีปัจจัยผันแปรมากมายที่ทำให้การบริหารแผนฟื้นฟูไม่ง่าย

ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองคือ มีโอกาสที่ความเสียหายจะขยายวง เพราะจะทำให้ประชาชนไม่พอใจคดีฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ที่ถูกนำไปเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้มากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ก็จะเดินหน้าต่อไป โดยมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถหาเงินหมื่นล้านมาช่วยสร้างสภาพคล่องได้ง่ายๆ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ