posttoday
แฮ็ปปี้ฯ เร่งแผนสร้างเครือข่าย ดันนักธุรกิจแท็กทีมปั๊มสมาชิก

แฮ็ปปี้ฯ เร่งแผนสร้างเครือข่าย ดันนักธุรกิจแท็กทีมปั๊มสมาชิก

16 มิถุนายน 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

แฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม เป็นค่ายธุรกิจขายตรงที่อยู่ในตลาดมาร่วม 17 ปี โดยใช้แผนไบนารี่มาตลอดการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจัดว่าเป็นแผนธุรกิจขายตรงที่เก่าแก่ และไม่ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทจึงเดินหน้าค้นหาสูตรการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจใหม่ พร้อมกับประกาศใช้แผน “ทรานส์แท็กทีม 46” อย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย.

สุกิจ สัตย์เพริศพราย ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น แฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศใช้แผนสร้างเครือข่ายรูปแบบทรานส์แท็กทีม 46 หรือการรวมตัวของนักธุรกิจจำนวน 4-5 คนในหนึ่งทีม เพื่อให้การทำงานสามารถขยายฐานสมาชิกที่เข้าสู่ธุรกิจขายตรงหรือผู้บริโภคได้ใช้สินค้าเพิ่มขึ้น บริษัทจะมอบโปรโมชั่น รางวัลผลตอบแทนให้มากขึ้น โดยเป็นแผนธุรกิจขายตรงที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากแผนไบนารี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมานักธุรกิจขายตรงของแฮ็ปปี้ฯ ทำงานคนเดียว ซึ่งบริษัทมองว่าการรวมตัวกันทำงานเป็นทีมจะช่วยสร้างเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างการให้ผลตอบแทน เมื่อเกิดการรวมตัวกลุ่มนักธุรกิจเป็นทีม บริษัทมอบเงินให้ตั้งแต่8,000-9 หมื่นบาท สำหรับการขยายฐานสมาชิก และเมื่อสมาชิกในทีมสามารถดึงผู้เข้ามาสมัครธุรกิจขายตรงจะได้รับผลตอบแทน 6,000 บาทเบื้องต้นบริษัทได้ประเมินว่าการใช้แผนดังกล่าวจะส่งผลให้นักธุรกิจจากที่มีรายได้ 1 หมื่นบาท/คน/เดือน สามารถเพิ่มได้สูงสุด 1 แสนบาท/คน/เดือน

การทำธุรกิจขายตรงหากต้องการให้องค์กรเติบโตอย่างรวดเร็ว คือ ทำให้คนเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น สำหรับแผนทรานส์แท็กทีม 46 ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนข้างหน้า คาดว่านักธุรกิจที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจำนวน 3 หมื่นรหัส จะรวมตัวกัน 100 ทีม และตั้งเป้าหมาย 6 เดือนเกิดการรวมตัวของทีมนักธุรกิจขายตรง 2,000 ทีม นอกจากนี้บริษัทยังวางเป้าหมายขยายฐานนักธุรกิจจากปัจจุบันมีราว 3 หมื่นรหัส เพิ่มเป็นกว่า 1 แสนรหัส

“จากนี้ไปธุรกิจขายตรงแฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม รายได้จะสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากที่ผ่านมาเติบโตโดยเฉลี่ย 20% ต่อปี ก่อนหน้านี้บริษัทวางเป้าหมายรายได้ของสิ้นปีเติบโต 20% หรือราว 480 ล้านบาท แต่การใช้แผนรวมทีมนักธุรกิจและเร่งสร้างเครือข่าย ผลักดันให้รายได้เติบโตมากกว่า 100% หรือมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท และหากเศรษฐกิจไทยขยายตัวในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสที่รายได้ของบริษัททะลุ 1,000 ล้านบาท” สุกิจ กล่าว

ด้านกลยุทธ์ตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยก่อนหน้านี้ธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เกษตรชีวภาพ แต่หลังจากพบว่าการทำเกษตรของเกษตรกรไทยเป็นอาชีพที่อยู่ในภาวะขาลง บริษัทจึงปรับตัวหันมารุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ก็ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสร้างรายได้ 90% กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ 5% ที่เหลือ 5% กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับครอบครัว และกลุ่มผลิตภัณฑ์เกษตรชีวภาพ

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจไปสู่ตลาดอาเซียน เบื้องต้นวางแผนเปิดตลาดใน สปป.ลาว ด้วยการเปิดศูนย์แฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม ที่ สปป.ลาว เป็นแห่งแรก เพราะบริษัทมีนักธุรกิจใน สปป.ลาว จำนวน 100 ราย ครอบคลุมทั้งหมด 13 แขวง อีกทั้งประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพที่สร้างรายได้น้อย และมองว่าธุรกิจขายตรงสามารถให้ผลตอบแทนรวดเร็วและชัดเจน โดยคาดว่าภายในสิ้นปีจะมีสมาชิกใน สปป.ลาว เพิ่มเป็น 5,000 รหัส ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้จาก สปป.ลาว มีไม่ถึง 5% ของรายได้รวม

สุกิจ กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทเริ่มเปิดตลาดกัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม และต้นปี 2561 เริ่มเปิดตลาดมาเลเซีย คาดว่าบริษัทมีสมาชิกเป็น 1 แสนรหัส พร้อมกับวางเป้าหมายรายได้ในตลาดต่างประเทศราว 500 ล้านบาท ซึ่งการทำตลาดต่างประเทศถือว่าเป็นความท้าทาย แต่เมื่อถึงเวลาธุรกิจก็ต้องไปสร้างการเติบโต จากการที่ตลาดอาเซียนมีประชากรร่วม 600 ล้านคน นอกเหนือจากการทำตลาดเฉพาะแค่ในไทยอย่างเดียวซึ่งมีประชากรเพียง 70 ล้านบาท 

สำหรับวิสัยทัศน์ “แฮ็ปปี้ เอ็ม พี เอ็ม” มีจุดมุ่งหมายที่จะนำสิ่งที่ดี และมีประโยชน์ ตลอดจนเจตนารมณ์ที่จะนำธุรกิจอิสระมาสู่คนไทย โดยการนำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผสมผสานกับการทำธุรกิจแนวใหม่ ปีนี้ถือว่าบริษัทก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 แล้ว การพัฒนาแผนทรานส์แท็กทีม 46 ที่ใช้เวลาร่วมกว่า 3 ปี จะผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยการให้รางวัลผลตอบเป็นเครื่องมือดึงดูดใจให้คนเข้าสู่อาชีพขายตรง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ