
‘ช้อปปี้’ ฉลุยโตต่อเนื่อง ครึ่งปีผู้ใช้ทะลุ 2 ล้านราย
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ในยุคที่โมบายบูมสุดๆ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ตอบโจทย์การซื้อของออนไลน์อย่างช้อปปี้ (Shopee) ที่เพิ่งเปิดให้บริการมาเพียง 6 เดือน มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 2 ล้านคน ยิ่งทำให้เห็นเทรนด์การช็อปบนมือถือตอบสนองชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ง่ายขึ้น
เทเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการช้อปปี้ กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของช้อปปี้ทำให้เห็นถึงเทรนด์พฤติกรรการใช้มือถือและโซเชียลมีเดียของคนไทยโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการซื้อสินค้าแบบซีทูซีก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
“ด้วยความที่เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนมือถือ ช้อปปี้ต้องการเป็นผู้นำในตลาดแห่งนี้ เพราะเรายังไม่มีคู่แข่งที่ทำธุรกิจแบบเดียวกัน โดยจะพัฒนาแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม ช่องทางการชำระเงินและการจัดส่งสินค้าฟรี ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องการทั้งสองฝ่าย”
แม้ว่าภาพรวมตลาดอี-คอมเมิร์ซจะมีกว่า 2.2 ล้านล้านบาท แต่ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจในกลุ่มบีทูบีมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะการซื้อขายออนไลน์ยังมีสัดส่วนเพียง 1% จึงต้องเร่งสร้างความแข็งแรงขององค์กรให้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้และโอกาสในการซื้อขายในกลุ่มอี-คอมเมิร์ซ
“ช้อปปี้ตั้งเป้าเพิ่มผู้ใช้งานเพิ่มเป็น 4 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ขยายทีมงานของแผนกต่างๆ ให้ได้ 200 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 100 คน พร้อมทั้งขยายธุรกิจไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มการซื้อขายไปยังกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดให้มากขึ้น”
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการทำโปรโมชั่นเรื่องการจัดส่งฟรี เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขาย ตั้งแต่เปิดให้บริการเสริมนี้เพียงเดือนเดียว มีร้านค้ามาใช้งานแล้วกว่า 97% และช่วยเพิ่มยอดคำสั่งซื้อถึง 30% ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดี
“ปัญหาสำคัญของร้านค้าในระบบ คือเรื่องของการจัดส่งที่เป็นต้นทุนที่ผู้ซื้อและขายต้องแบกรับ เมื่อช้อปปี้เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องการจัดส่ง นอกจากร้านค้าประหยัดเรื่องต้นทุนเหล่านี้แล้ว ลูกค้าก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่”
ทั้งนี้ ช้อปปี้มีการให้บริการทั้งหมด 7 ประเทศ คือ ไทย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งแต่ละประเทศจะมีศักยภาพที่แตกต่างกัน ทำให้การลงทุนประชาสัมพันธ์เป็น
ไปตามคุณภาพของตลาด โดยไม่ได้จำกัดเม็ดเงิน
“บริษัทตั้งเป้าการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้งานซ้ำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง และจะมีการพัฒนาระบบเว็บไซต์เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าบางกลุ่มที่ต้องการซื้อสินค้าผ่านทาง
พีซีควบคู่ไปกับการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ บนมือถืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาและโปรโมชั่นต่างๆ เหล่านี้ ไม่ได้มีการกำหนดเป็นเม็ดเงินที่ชัดเจน แต่จะเน้นเรื่องของการนำไปใช้งานอย่างคุ้มค่ามากกว่า”
การวางกลยุทธ์ขายสินค้าออนไลน์ให้รัดกุมโดยที่ยังมีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต







