คปภ.เร่งสรุปแนวทางประเมินทรัพย์สินประกันรับมือดอกเบี้ยต่ำ
คปภ.เร่งสรุปแนวทางการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันตามราคาตลาดก่อนปิดงบไตรมาส 2
คปภ.เร่งสรุปแนวทางการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันตามราคาตลาดก่อนปิดงบไตรมาส 2
นายชูฉัตร ประมูลผล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบริหาร คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการที่มูลค่าทรัพย์สินของบริษัทประกันชีวิต และ บริษัทประกันภัย ลดลงอย่างมากตามอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปี ปรับตัวลงต่ำ โดยเฉพาะบริษัทประกันชีวิตได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทำให้ทางภาคเอกชนต้องการที่จะหาแนวทางในการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สิน ตามราคาตลาดให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งได้มีการหารือกันมาหลายครั้งแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
อย่าง ไรก็ตาม ทางคปภ.จะพยายามหาข้อสรุปให้ได้ก่อนปิดงบการเงินไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าแนวทางที่นำมาใช้ต้องไม่ขัดกับมาตรฐานบัญชี และ ไม่ทำให้การกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยด้อยลง
"การที่บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัย มีผลขาดทุนในปีนี้ ไม่ได้เกิดจากการบริหารการลงทุนที่ผิดพลาด หรือ ไม่ได้เกิดจากมีปัญหาฐานะการเงิน แต่เป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่เขาถืออยู่ลดลงมาก "นายชูฉัตร กล่าว
นายชูฉัตร กล่าวว่า ทางคปภ.ยังคงยืนอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงขั้นต่ำในการคำนวณผลตอบแทนให้กับ ประชาชน ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ระดับ 2% เหมือนเดิม จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับ ปัจจุบัน คปภ.ใช้หลักทรัพย์หลากหลายประเภทในการประมาณมูลค่าโดยใช้อัตราคิดลด หรือ discount rate อาทิ ตราสารหนี้ ตราสารทุน สลากออมสิน เงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาล ที่ดิน อาคาร ตราสารอนุพันธ์
อย่าง ไรก็ตาม บริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่ จะถือครองทรัพย์สินลงทุนในรูปของพันธบัตรรัฐบาลเป็นอันดับ 1 เมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลง ทำให้มูลค่าของทรัพย์สินลดลงไปด้วย และต้องเป็นภาระในการตั้งสำรองสูงมาก ทำให้หลายบริษัทโชว์ผลการดำเนินงานเป็นขาดทุนทางบัญชี ทั้งๆ ที่ฐานะการเงินจริงๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง







