posttoday
‘เชฟโรเลต’ แนะเคล็ดลับ การเตรียมรถ-การขับขี่ฤดูฝน

‘เชฟโรเลต’ แนะเคล็ดลับ การเตรียมรถ-การขับขี่ฤดูฝน

14 มิถุนายน 2559

โดย...เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย)

โดย...เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย)

หลังจากฤดูร้อนที่อบอ้าวและแห้งแล้งผ่านพ้นไป ก็เข้าสู่ฤดูฝนพร้อมความเย็นสบายที่หลายคนชื่นชอบ แต่การขับขี่บนท้องถนนในช่วงหน้าฝนอาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่ผู้ขับขี่บางคนอาจคาดไม่ถึง เนื่องจากความคุ้นชินกับพื้นถนนที่แห้งและมีการยึดเกาะที่ดีกว่าในช่วงหน้าร้อน

ขณะเดียวกัน ผู้ขับขี่อาจคิดว่ารถมีความพร้อมในการใช้งานอย่างเต็มที่แล้ว แต่แท้จริงแล้วอาจยังไม่พร้อมสำหรับการขับขี่ในหน้าฝนก็เป็นได้ จึงขอนำเสนอเคล็ดลับการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการขับขี่ในช่วงหน้าฝนมาฝากกัน

ใบปัดน้ำฝน - ตรวจสอบใบปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนใหม่ถ้ามีเสียงดังระหว่างที่ใบปัดน้ำฝนทำงานหรือทิ้งคราบน้ำไว้บนกระจกหน้า ใบปัดน้ำฝนใหม่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนบนกระจกหน้า และเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่เมื่อฝนตก ซึ่งแนะนำว่าควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนปีละครั้ง

ยาง - ตรวจสอบว่ายางทุกเส้น รวมถึงยางอะไหล่มีดอกยางพร้อมใช้งาน หากดอกยางสึกและชำรุดจะทำให้สูญเสียการทรงตัว ไม่ยึดเกาะถนน และลดประสิทธิภาพการเบรก ขณะเดียวกัน ยังอาจทำให้เกิดการลอยตัวหรือเหินน้ำ (อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการเหินน้ำเพิ่มเติมด้านล่าง) นอกจากนี้ แรงดันลมยางก็มีความสำคัญเช่นกัน รถแต่ละรุ่นมีแรงดันลมยางที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบคู่มือใช้งานเพื่อการเติมแรงดันลมยางที่เหมาะสม

น้ำมันเครื่อง - ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำและตามระยะเวลาการตรวจเช็กรถที่กำหนด น้ำมันเครื่องเก่าหรือที่ใช้งานมานานแล้วอาจมีความชื้นและทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพการหล่อลื่น ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องระหว่างหน้าฝนเพื่อกำจัดความชื้นและปกป้องไม่ให้เครื่องยนต์เสียหาย

น้ำมันเบรก - การเปลี่ยนน้ำมันเบรกอาจไม่บ่อยเท่าน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกในช่วงหน้าฝน เนื่องจากน้ำมันเบรกเก่าหรือที่ใช้งานมานานแล้วอาจมีความชื้นซึ่งจะลดประสิทธิภาพการเบรก และอาจสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนในระบบเบรก

น้ำยาเคลือบกระจก - การใช้น้ำยาเคลือบกระจกจะช่วยลดปริมาณหยดน้ำที่เกาะบนกระจกหน้าลงได้ น้ำยาเคลือบกระจกที่มีประสิทธิภาพจะสร้างชั้นเคลือบบนพื้นผิวกระจกหน้าซึ่งทำให้หยดน้ำไม่เกาะติด และจะไหลออกเป็นเม็ดไปพร้อมกับลม

ดูแลรักษาสีรถ - หลังจากขับรถท่ามกลางสายฝน ควรล้างรถเพื่อขจัดคราบฝุ่นผงและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่สะสมอยู่บนสีรถและอาจทำให้สีเสื่อมสภาพ ควรใช้น้ำสะอาดล้างรถหลังจากขับรถท่ามกลางสายฝน แต่ถ้าไม่สามารถล้างรถได้ทันที ควรล้างรถอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อรักษาสีรถให้ใหม่อยู่เสมอ

เคล็ดลับขับขี่อย่างปลอดภัย เมื่อฝนตกและถนนเปียกลื่น

เปิดไฟหน้า - ไฟหน้าช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ทั้งตัวคุณและผู้ขับขี่รถคันอื่นได้มองเห็นในสภาพแสงน้อย ไม่ควรใช้ไฟฉุกเฉินยกเว้นเมื่อจอดรถและต้องการให้รถคันอื่นหลบเลี่ยง ถ้ารถของคุณมีไฟตัดหมอก ควรเปิดใช้งาน

รักษาความเร็วที่สามารถควบคุมได้ - ลดความเร็วเมื่อขับขี่บนถนนเปียกลื่น ควรแน่ใจว่าสามารถหยุดรถได้ในระยะที่มองเห็น การลดความเร็วยังช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการรถลอยตัวหรือเหินน้ำ

ขับอย่างนุ่มนวล - ขับขี่ด้วยความนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงการเบรกหรือหักเลี้ยวกะทันหัน ซึ่งอาจจะทำให้ตัวรถสูญเสียการควบคุม ควรเบรกก่อนเข้าโค้ง และเร่งออกอย่างนุ่มนวล

ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า - เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำกระเซ็นซึ่งจะทำให้ทัศนวิสัยลดลง โดยเฉพาะเมื่อต้องขับตามหลังรถคันใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ควรขับตามรอยยางรถคันหน้าเนื่องจากระดับน้ำจะน้อยกว่าส่วนอื่นของถนน

ปิดแอร์ - หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขัง ซึ่งขณะเปิดแอร์อาจทำให้เครื่องยนต์ดับ เนื่องจากพัดลมจะทำงานและทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ถ้าเครื่องยนต์ไม่ดับ พัดลมก็จะหมุนรับเศษขยะที่ลอยมาตามน้ำซึ่งจะทำให้พัดลมเสียหายได้ นำไปสู่ปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์ที่สูงเกินไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ