
คาดเฟดใกล้ขึ้นดอกเบี้ย แต่ไม่ใช่สัปดาห์หน้า
โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม
โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนมีความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดค่อนข้างมาก แต่หลังจากที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประกาศออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำลงอย่างน่าใจหาย การจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 3.8 หมื่นตำแหน่ง ในเดือน พ.ค. จากปกติที่อยู่ในระดับประมาณ 2 แสนตำแหน่ง จึงทำให้มุมมองของตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บางคนที่เคยคาดว่าเฟดจะขึ้นในการประชุมวันที่ 14-15 มิ.ย. เลื่อนออกไป ทั้งนี้ เรายังคงมีมุมมองเหมือนเดิมว่าเฟดยังไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ แต่การประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 26-27 ก.ค. ยังน่าจะเป็นโอกาสสำหรับเฟดในการขึ้นดอกเบี้ยได้
หนึ่ง ตัวเลขการจ้างงานล่าสุดที่ออกมาแย่นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก แต่ด้วยอัตราการว่างงานที่ 4.7% ต่ำกว่าในครั้งก่อนเกิดวิกฤต หรือตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ประกาศออก ก็ยังบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังพอเติบโตต่อไปได้ ขณะที่เงินเฟ้อ (Core PCE) ที่ระดับ 1.6% ต่ำกว่าเป้าหมายของเฟดเพียงเล็กน้อย และเราคาดว่าเงินเฟ้อน่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน ทำให้ดอกเบี้ยต่ำที่เกือบศูนย์นี้อาจจะดูไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบัน
สอง ความเสี่ยงในกรณี Brexit ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผลการลงประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. จะออกมาให้ประจักษ์ชัดแล้ว ถ้าผลการลงประชามติเป็นไปตามที่เราคาด คือ UK อยู่ใน EU ต่อไป ก็จะเปิดทางให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยได้ แต่แน่นอนถ้าหากว่า Brexit เกิดขึ้น “ความกลัว” น่าจะขยายวงไปกระทบตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งในกรณีนี้เฟดก็คงจะไม่สามารถปรับดอกเบี้ยไปอีกระยะหนึ่งเลยทีเดียว
สาม ดอกเบี้ยในเดือน ก.ค.เป็นการยืนยันว่า ดอกเบี้ยสหรัฐยังคงอยู่ใน “ขาขึ้น” ดังที่เฟดพยายามชี้แจงต่อตลาด เพราะก่อนหน้านี้เฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในเดือน ธ.ค.ปีก่อน และเวลาก็ล่วงมาหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่มีการขยับดอกเบี้ยอีก หากยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ ตลาดก็น่าจะเกิดความสับสนเกี่ยวกับสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้นจากเฟด ซึ่งย่อมจะไม่เป็นผลดีต่อความน่าเชื่อถือของเฟดเอง รวมไปถึงประสิทธิภาพของนโยบายการเงินในอนาคตด้วย
และสุดท้าย การปรับเปลี่ยนนโยบายการประชุมเดือน ก.ค.ที่ไม่ได้มีการแถลงข่าว (Press Conference) จะสร้างบรรทัดฐานใหม่และทำให้นโยบายการเงินของเฟดมีความยืดหยุ่น (Flexibility) มากขึ้น ทั้งนี้เพราะปัจจุบันนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ยเฉพาะในครั้งที่ประธานเฟดออกมาแถลงข่าวเท่านั้น ซึ่งมีเพียง 4 ครั้ง จากการประชุมทั้งหมด 8 ครั้งในแต่ละปี เท่ากับว่าเป็นการจำกัดให้เฟดสามารถปรับดอกเบี้ยได้เพียง 4 ครั้งนี้ การดำเนินนโยบายจึงไม่น่าจะไม่คล่องตัวมากนัก แต่การขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค.ที่ไม่ได้มีการแถลงข่าวนี้ ทำให้ตลาดต้องปรับมุมมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อใดก็ได้ในการประชุม 8 ครั้งในแต่ละปี ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินนโยบายมากขึ้น
แม้ว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยใน “ไม่กี่เดือนข้างหน้า” (In Coming Months) ตามคำบอกกล่าวของนางเยลเลน ประธานเฟด แต่เรายังมองว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ไม่มากนักในปีนี้ อาจจะครั้งหนึ่งในเดือน ก.ค.นี้ และอีกครั้งในเดือน ธ.ค. แต่นั่นขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย ดังนั้น ภาวะดอกเบี้ยต่ำยังอยู่กับเราอีกซักระยะหนึ่ง และสินทรัพย์เสี่ยงยังคงได้ประโยชน์จากภาวะดังกล่าว แต่ความผันผวนที่เกิดขึ้นจากความไม่ชัดเจนของทิศทางดอกเบี้ยก็ยังคงอยู่กับเราอีกระยะเช่นกันครับ







