
ขายตรงเร่งปั๊มยอดครึ่งปีหลัง ชูเรือธงสินค้าคุมน้ำหนัก
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ธุรกิจขายตรงในเวลานี้ ต่างให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนักที่เป็นสินค้าสำคัญ รับกับเทรนด์การดูแลสุขภาพที่ยังคงมาแรง
ทมิตา กิติรัตน์ชัย กรรมการบริหาร บริษัท เอสเอ็ม ที ปรินส์เซส เปิดเผยถึงแผนการตลาดของบริษัทในครึ่งปีหลังของปีนี้ว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการเปิดตลาดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ทั้งเพื่อการลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพผิว และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพทางเพศชายและหญิง ซึ่งบริษัทเน้นทำตลาดทางด้านออนไลน์เป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการลดน้ำหนักที่เปิดตัว ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการลดน้ำหนัก แบรนด์ “โซโคะ” (Zo-Ko) ผลิตจากธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งมีเลขที่จดแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการลดน้ำหนักเฉพาะส่วน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเอาเทคโนโลยีและส่วนผสมจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ ซึ่งขณะนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ และทำการทดลองตลาดซึ่งคาดว่าจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลุ่มอื่นๆ บริษัทมีแผนพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการดูแลผิวซึ่งจะมีการเปิดตัววิตามินเพื่อผิวขาวแบรนด์ “นีโอ ไวท์ (Neo White)” เป็นต้น
“ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของบริษัทใช้ช่องทางทำการตลาดผ่านระบบออนไลน์เป็นหลักแต่เน้นหนักไปที่โซเชียลมีเดีย ควบคู่ไปกับการทำการตลาดผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ทางบริษัทมองว่ายังมีโอกาสในการเติบโตไปได้อีก ถ้าหันมาให้ความสำคัญในการทำตลาดอย่างจริงจังกับผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริม โดยจะไม่เน้นผ่านทางโซเซียลมีเดียเพียงอย่างเดียว โดยจะเพิ่มช่องทางในการทำการตลาดผ่านออนไลน์ให้หลากหลายและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น” ทมิตา กล่าว
ปัจจุบัน บริษัทมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพที่ทำตลาดอยู่ 26 รายการ และสบู่ควินนส์ (Quinns Soap) สบู่ผสมสารสกัดจากมะม่วงนำเข้าจากประเทศบราซิล ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำ โดยขาย
ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจำนวน 2,000 ราย ซึ่งตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท
กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจอาหารเสริมสุขภาพปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 11% ในจำนวนดังกล่าวเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก 1.1 หมื่นล้านบาท ที่มีอัตราการเติบโต 8% จึงทำให้บริษัทหันมารุกตลาดโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 8,000 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวจะมาจากผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก 1,000 ล้านบาทซึ่งเติบโตขึ้นจาก
ปีก่อน 30%
“ในปีนี้บริษัท ใช้งบการตลาดกับการทำกิจกรรมอาหารเสริมผ่านโปรแกรมบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ จำนวน 50 ล้านบาท จากงบการตลาดรวมทั้งปี 600 ล้านบาท เพื่อคาดหวังว่าจะได้กลุ่มคนอายุ 30-45 ปี ซึ่งเป็นฐานคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการดูแลสุขภาพ”
สำหรับโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ แอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ที่สามารถประเมินสุขภาพเฉพาะบุคคล และสะดวกต่อการบันทึกข้อมูลอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน รวมถึงการออกกำลังกาย และสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพอินบอดี้ ที่สามารถวัดมวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน (BMR) ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับของกิจกรรม ระยะทางที่เดิน แคลอรีที่เผาผลาญ และประสิทธิภาพการนอนหลับในตอนกลางคืน โดยอินบอดี้จะทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง
ขณะที่บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ นั้นก็อยู่ระหว่างการจัดโครงการดีฟ มารีน เวย์ โค้ช ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยอยู่ระหว่างการสรรหา ผู้จำหน่ายจำนวน 60 คน เพื่อมาแนะนำประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักและสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ
จะเห็นได้ว่า แม้สภาวะเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวดีนัก แต่สาวไทยยังพร้อมควักกระเป๋าจ่ายเพื่อการดูแลสุขภาพและรูปร่าง จึงเป็นอีกหนึ่งหนทางของธุรกิจขายตรงเพื่อเพิ่มยอดขายในครึ่งปีหลังนี้







