
หรือว่าเรานั้นฝันไปว่ามันจะเป็นจริง
มีอาจารย์ด้านการสื่อสารระบุว่า
มีอาจารย์ด้านการสื่อสารระบุว่า
ถ้าเห็นคนกำลังจะตายอยู่ตรงหน้า และคุณตัดสินใจถ่ายรูป คุณมีความเป็น "นักข่าว" แต่ถ้าคุณเห็นคนกำลังจะตายอยู่ตรงหน้าแล้วคุณเข้าไปช่วยเหลือ คุณมีความเป็น "คน" สิ่งที่เหนือความเป็นคนคือคุณต้องมีความเมตตา และแน่นอนเหนือกว่าความเป็นคนมีความเมตตา คุณต้องมีความห่วงใย ห่วงใยแม้ในเรื่องที่ตัวเราได้ประโยชน์ แต่ประเทศ สังคม ส่วนรวมเสียประโยชน์
ด้วยเหตุและผลดังที่ได้กล่าวมาทั้งปวงข้างต้น (ท่านที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรนะครับ) ตัวผู้เขียนจึงคิดอยู่ในหลายครั้งว่า
1.การเสนอข่าวที่มีแต่เรื่องแย่ๆ ข่าวด้านลบแบบที่ใครหลายคนบอกว่า "ข่าวร้ายได้ลงฟรี ข่าวดีต้องเสียตังค์" ทั้งหลายทั้งปวงนั้น สังคมส่วนรวมได้ประโยชน์ตรงไหน สะใจ มันส์ เห็นความหายนะของคนอื่น การตัดสินใจถ่ายภาพคนกำลังจะตาย หรือคนที่คิดจะทำให้ตัวเองตายลงไป เพียงเพราะเหตุผลที่ว่าถ้าไม่ทำในวินาทีนั้น ภาพจุดนั้นก็จะหายไป ไม่มีวันกลับมาได้ เราจึงต้องมีหน้าที่เก็บมันไว้ให้ได้ อย่างนั้นหรือ
2.หากข่าวที่เสนอตามข้อ 1 นั้นเป็นความจริง เป็นความจริงที่ไม่มีการบิดเบือน ไม่มีการสร้างสีสัน ไม่มีการใส่สีตีข่าว ไม่มีการเล่าข่าวแบบแอบใส่ความเห็นเนียนๆ แล้ว ผู้เขียนเห็นว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องมีใครสักคนทำหน้าที่แจ้งมันออกมา เพราะเหตุผลคือ เขามีความเมตตา เมตตาที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก แจ้งเตือนผู้คนให้ระวัง เฉกเช่นการเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของที่มอบความรัก ความมั่นใจว่าในยามดึก ยามวิกาล ในยามที่มีความเสี่ยง เสียงเตือนจากการเฝ้าระวังจะส่งออกมาเมื่อมีสิ่งบอกเหตุ3.แล้วปัจจุบันทั้งท่านผู้อ่านและผมคิดว่าจากสิ่งต่างๆ ที่เราได้รับข้อมูลมาทุกเมื่อเชื่อวัน ได้รับทุกเช้า ได้รับผ่านไลน์ ได้รับผ่านการเห็น การอ่าน การบอกต่อ มันเป็นแบบข้อ 1 หรือข้อ 2 หรือมีทั้งสองข้อแต่เราแยกไม่ออก หรือมันไม่มีทั้งสองข้อ 4.มันควรถึงเวลาแล้วที่ตัวเรา ครอบครัวเรา กิจการที่เราเป็นเจ้าของ กิจการที่เราเป็นลูกจ้างในฐานะหน่วยหนึ่งของสังคม ควรฟัง คิด อ่าน ถาม เขียน ตกผลึกในความเข้าใจด้วยตนเองแล้วตัดสินใจทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เองแล้วหรือยัง
เศรษฐกิจของประเทศต้องการการใช้จ่ายหากท่านทำได้โดยมีสติ ไม่ก่อหนี้มากินใช้แล้วจ่ายคืนไม่ได้ หากท่านใช้จ่ายได้อย่างพอดี พอประมาณ ป้องกันความเสี่ยงแล้ว โปรดเริ่มทำ ทำต่อไป และทำอย่าหยุด
เศรษฐกิจของประเทศต้องการการลงทุนหากท่านทำได้โดยมีสติ ไม่ก่อหนี้มากินลงทุนแล้วจ่ายคืนไม่ได้ หากท่านลงทุนได้อย่างพอดี เหมาะสม สอดคล้องกับเหตุและผล มีความพอประมาณและป้องกันความเสี่ยงแล้ว โปรดเริ่มลงมือลงทุนได้แล้ว
และหากท่านมีความเป็นนักข่าวบวกกับมีความเป็นคนมีเมตตา ท่านจงวางกล้องถ่ายรูปลงมาบ้าง กอดคนเจ็บที่กำลังจะตาย สัมผัสถึงความต้องการความช่วยเหลือ และจงบอกกล่าวออกไปอย่างสุภาพถึงท่านที่กำลังทำข้อ 1 ว่า ท่านที่กำลังสะใจในความเป็นตัวกู ของกู ที่จะเขียนจะสื่ออย่างไรก็ได้มากพอแล้ว จงหยุดเถิด เพราะประเทศต้องการความรัก ความเข้าใจ และเมตตาจากตัวท่านที่กำลังจรดปากกาอยู่ในเวลานี้
...ผมตกใจตื่นจากความฝันพอดี...







