
โฆษณาทางเว็บไซต์
โดย...สมชาย ชูเกตุ
โดย...สมชาย ชูเกตุ
ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการมีช่องทางให้ผู้ซื้อค้นหาได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ต้องเสียเวลาไปดูสินค้าหรือบริการจริง ช่วยลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายไปมิใช่น้อย การใช้อินเทอร์เน็ตจึงเป็นที่นิยมไปทั่วโลก สามารถสั่งซื้อสินค้าที่ไม่มีขายในประเทศไทยโดยไม่ต้องเดินทางไปดูด้วยตัวเอง นับว่าสะดวกเป็นอย่างยิ่ง
การนำเว็บไซต์มาให้บริการหรือขายสินค้า มีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นผู้ขายสินค้าหรือให้บริการด้วยตัวเอง เว็บไซต์ที่ให้บริการรับโฆษณาข้อมูลข่าวสารการขายสินค้าหรือให้บริการของผู้อื่น เว็บไซต์ที่เป็นตัวแทนให้บริการหรือขายสินค้าของผู้อื่น ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้ใช้บริการผ่านเว็บไซต์
เจ้าของเว็บไซต์ที่มิได้ขายสินค้าหรือให้บริการ แต่ได้ให้บริการข้อมูลข่าวสารโดยรับโฆษณากับผู้ที่ต้องการขายสินค้าหรือให้บริการ มีรายได้จากการรับโฆษณา ทั้งนี้ มีภาษีตามประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และอากรแสตมป์
ภาษีเงินได้
เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องนำเงินได้จากค่าโฆษณาที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษีไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง โดยครึ่งปีแรก ต้องนำค่าโฆษณาที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.ไปเสียภาษีเงินได้ครึ่งปี ยื่นแบบเสียภาษีได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.ในปีเดียวกัน และเมื่อสิ้นปี ต้องนำค่าโฆษณาที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค.ไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ประจำปีตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.ของปีถัดไป โดยสามารถนำภาษีที่ชำระครึ่งปีแรกมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระประจำปีได้
สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องนำรายได้ค่าโฆษณา ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี ไปรวมคำนวณหาจำนวนกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามบัญชีอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เจ้าของเว็บไซต์ที่ให้บริการ หากมีรายรับจากค่าโฆษณาในปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีเกินกว่า 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าหากมีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี หรือต่อรอบระยะเวลาบัญชี แต่มีความประสงค์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็สามารถจดทะเบียนได้
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้บริการโฆษณาทางเว็บไซต์ เมื่อจ่ายเงินค่าโฆษณาให้แก่เจ้าของเว็บไซต์ที่ให้บริการต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ถ้าหากผู้ใช้บริการโฆษณาเป็นบุคคลธรรมดา เมื่อจ่ายเงินค่าโฆษณาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด กรณีที่จ่ายค่าโฆษณาให้แก่เจ้าของเว็บไซต์ที่อยู่ในต่างประเทศ ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าหากได้นำผลการโฆษณามาใช้ในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินค่าโฆษณาต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้วยแบบ ภ.พ.36
อากรแสตมป์
การรับโฆษณาทางเว็บไซต์ เป็นการรับจ้างทำของอย่างหนึ่ง การทำสัญญารับจ้างโฆษณาสินค้าหรือให้บริการ เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นผู้รับจ้างต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
เจ้าของเว็บไซต์ที่ให้บริการรับโฆษณาและผู้ว่าจ้างโฆษณา มีหน้าที่ทางภาษีตามที่กล่าวมาข้างต้น สวัสดีครับ







